2006/Nov/29

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่รู้จักเรื่อง Strawberry Panic
วันนี้เราได้นำ โครงเรื่อง และ ตัวละครหลักของเรื่องนี้มาให้ลองอ่านกันเล่นๆ ค่ะ
หวังว่าเพื่อนๆ คงจะชอบกัน ไว้คราวหน้าถ้ามีเวลาคงจะได้ลงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
ของเรื่องนี้ให้ได้ดูกันนะคะ

โครงเรื่อง
Strawberry Panic เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเหล่าเด็กสาวที่เข้ามาศึกษาในโรงเรียนหญิงล้วน ทั้ง 3 ได้แก่ เซนต์มิเอเตอร์, เซนต์สปิก้าและเซนต์ลูริม ซึ่งทั้ง 3 โรงเรียนนี้มีอาณาเขตและหอพักนักศึกษาอยู่ในอาณาเขตเดียวกัน และเหล่านักเรียนสาวทั้งหลายที่เข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันในรั้วโรงเรียนทั้งสามจะอาศัยอยู่ในหอพักที่ชื่อว่า Strawberry Dorms หอพักนี้ที่จริงมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Astraea โดยตั้งตามชื่อของเนินเขา Astraea ที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนทัั้ง 3 นั่นเอง

ตัวละครหลักในเรื่องนี้คือ นางิสะ อาโออิ เด็กสาวตัวน้อยที่ย้ายเข้ามาศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 1 ที่โรงเรียนเซนต์มิเอเตอร์ ก้าวแรกที่นางิสะได้เข้ามาสู่เขตพื้นที่โรงเรียนนั้น เธอรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขกับทิวทัศน์อันสวยงามของโรงเรียนเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความบังเอิญเธอได้สะดุดพลัดตกจากเนินเขา ส่งผลให้เธอหลงทางและพลาดงานปฐมนิเทศน์ ระหว่างที่เธอกำลังพยายามหาทางออกนั้น เธอก็เดินไปพบกับชิสึมะ ฮานาซาโนะ เอโตวาลแห่ง Astraea ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนโรงเรียนต่างๆ และมีหน้าที่พิเศษต่างๆ ที่ต้องปฎิบัติมากมาย

หลังจากที่เพื่อนๆ ทุกคนได้ทำความรู้จักกับนางิสะ อาโออิ คนที่นางิสะได้รู้จัก บางคนก็เป็นคนที่เธอชื่นชม บางคนก็แทบจะไม่รู้จักกันเลย เคยแค่เจอกันไม่กี่ครั้งในเซนต์มิเอเตอร์เท่านั้น อย่างไรก็ตามสุดท้ายเหล่าสาวๆ ทั้งหลายก็ได้มีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมจากการพบปะพูดคุย จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง และเกิดเป็นเรื่องราวต่างๆ ชวนให้น่าติดตามอีกมากมาย

ตัวละครหลัก

เซนต์มิเอเตอร์
นางิสะ อาโออิเป็นตัวละครหลักในเรื่องนี้และยังเป็นที่รักของ 3 สาวในโรงเรียนนี้อีกด้วย ก็คือ ทามาโอะ สึซึมิ รูมเมทของเธอ, ชิสึมะ ฮานาซาโนะ เอโตวาลปัจจุบันและจิโยะ ทสึคิดาเตะ คนคอยดูแลห้องของนางิสะและทามาโอะนั่นเอง

เซนต์สปิก้า
ฮิคาริ โคโนฮานะ เธอเป็นคนเงียบและขี้อาย อีกทั้งยังมีสาวๆ มากมายที่หลงรักเธอ เหมือนกับที่นางิสะจากเซนต์มิเอเตอร์ที่เป็นที่รักของทุกๆ คน คนที่ชื่นชอบฮิคาริ ได้แก่ ยายะ นันโตะ เด็กสาวหัวรุนแรงที่เป็นทั้งรูมเมทและเพื่อนรักของฮิคาริ, อามาเนะ โอโทริ รุ่นพี่ที่เปรียบเสมืิอนเจ้าชายแห่งเซนต์สปิก้าเลยทีเดียว และทสึโบมิ โอคุคาวะ รุ่นน้องปี 1 ที่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัย

เซนต์ลูริม
โรงเรียนนี้แตกต่างจากโรงเรียนอื่นๆ นักเรียนที่เรียนโรงเรียนนี้ส่วนมากจะไม่มีเรื่องรักหวานแหววมาเกี่ยวข้องถึงพวกเธอจะไปไหนมาไหนด้วยกันแทบจะตลอดเวลาก็ตาม หัวโจกของนักเรียนกลุ่มนี้คือ จิคารุ มินาโมโตะ ประธานนักเรียนโรงเรียนเซนต์ลูริม, คิซึนะ เฮียวกะ เด็กสาวร่าเริงและไฮเปอร์, เรม่อน นัทสึเมะ ที่มีบุคลลิกคล้ายกับคิซึนะ แต่ไม่ซุ่มซ่ามเท่าเธอ และสุดท้าย คาโกเมะ เบียคุเด็น สาวน้อยที่เด็กที่สุดในกลุ่มและยังเป็นคนที่นิสัยเด็กที่สุดด้วย

2006/Oct/17

หลังจากหายหน้าหายตากันไปนาน

บล็อกเริ่มเน่าตามกระแสน้ำท่วมกทม.

วันนี้ เรากลับมาอีกครั้งพร้อมกับของฝากจ้า

โดยการนำ Strawberry Panic ใน Chapter 1

แต่เป็นอีก Version คนละคนแปลมาให้ทดลองอ่านกัน

อยากให้เพื่อนๆ ช่วยติชมของทั้งสองคนที่แปลให้ด้วยนะคะ

ว่าชอบหรือถูกใจแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่าง Version 1 กับ Version 2

.

.


บทที่ 1

.

.
วันที่ 1
ท่ามกลางสายหมอกสีซากุระ เทพธิดาพบเจอเหยื่อที่รัก

ฟิ้ว

ดอกซากุระปลิดปลิวร่วงโรยไปทั่วทั้งบริเวณ
ร่างทั้งสองที่ยืนอยู่บนเนินเขาประกายสีหญ้าอ่อนนั้น ถูกโอบล้อมไปด้วยซากุระแก่ต้นใหญ่ ราวกับกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายหมอกจางสีซากุระ
ในที่สุดก็ถึงเวลาแยกจากกันแล้วสินะ
รุ่นพี่คะ... แต่ว่า... ฉัน...ยัง....
ฟิ้วววว
สายลมอ่อนๆพัดผ่านไปอีกครั้ง ทำให้ดอกซากุระที่บานสะพรั่งโปรยปรายลงอีก
น้ำตาร่วงหล่น
ยังอยากอยู่กับรุ่นพี่อีกนะคะ
ร่างสูงและร่างเล็กยืนอยู่แนบชิดบนเนินเขาท่ามกลางสายหมอกสีชมพู
เรื่องนี้น่ะ
ร่างสูงกล่าวเตือน พร้อมก้าวเข้าไปหาร่างเล็ก
อย่าพูดอีกเลยนะ
สัมผัสนิ้วลงไปเบาๆที่ริมฝีปาก
คะ ค่ะขอโทษค่ะ
เด็กสาวร่างเล็กนั้นซับน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้า เธอเอาแต่ขยี้ตาจนไม่ได้สนใจว่าผ้าผืนนั้นเปียกชุ่มไปหมดแล้ว
แล้วก็นะ
ร่างสูงค่อยๆเหยียดมือออกไปหยุดมือเด็กสาวอย่างอ่อนโยน
ไหล่ของเธอสั่นไหว
ยังเป็นเด็กขี้แยไม่เปลี่ยนเลยนะ อย่าขยี้ตาอย่างนี้สิ เดี๋ยวตาก็บวมกันพอดี
เรียวนิ้วค่อยๆลากผ่านเปลือกตาของเด็กสาวอย่างทะนุถนอม
เด็กสาวยิ่งตัวสั่นแรง

ฟิ้วววว
สายหมอกสีซากุระพัดผ่านอีกครั้ง

เงาสีลูกพีซจางๆลอยอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ที่เกือบจะเป็นสีขาวโพลน
ร่างสูงจ้องมองร่างบาง อีกไม่นานเด็กสาวตรงหน้าที่เหมาะกับเครื่องแบบคนนี้ คงจะเติบโตเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้วสินะ
ฉันต้องการเธอเหลือเกิน
อาทนไม่ไหวแล้ว

อ้าแขนทั้งสองข้างหมายจะโอบกอดร่างเล็ก แต่ทว่าอ้อมแขนนั้นกลับหยุดชะงักทันใด
ไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นก็จะตัดใจไม่ได้ซะที ฉันกอดเด็กคนนี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเวลาแห่งการแยกจากมาถึงซะแล้วน่ะสิ
ค่อยๆ วางสองมือที่เกือบจะโอบกอดลงบนไหล่ของเด็กสาวแทน
นี่ ดอกเดซี่ที่น่ารักของฉัน จนถึงตอนนี้ พวกเรามีความสุขกันมากแล้วนะ เธอน่ะเป็นนางฟ้าที่น่ารักของฉันจริงๆ เข้าใจนะ ก็เธอน่ารักออกขนาดนี้ จนฉันทรมานกับการแยกจากเหลือเกิน
ถ้าอย่างนั้น
สิ้นเสียงนั้นสาวน้อยก็เงยหน้าขึ้นมา ด้วยความหวังอันน้อยนิด น้ำตาที่ไหลไม่ขาดสายก็หยุดอย่างเงียบงัน
ร่างสูงจ้องมองร่างบางที่ก้มหน้านิ่งด้วยความเศร้า ก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ อย่างเงียบๆ
หมอกสีซากุระที่ล่องลอยอยู่ใต้ฟากฟ้าสีครามนี้ใกล้จะจางหายไปแล้ว

เธอน่ะ... น่าจะรู้เรื่องของฉันนะ
รุ่นพี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
คะ...ค่ะ...
ถึงจะรู้เรื่องของรุ่นพี่และเข้าใจดีก็เถอะ... แต่น้ำตามันกลับไหลออกมาไม่หยุด

ถ้าเข้าใจ... ก็อย่าร้องไห้สิ
รุ่นพี่วาดนิ้วลงที่แก้ม เช็ดน้ำตาออกอีกครั้งอย่างอ่อนโยน แต่ทว่าร่างบางนั้นกลับสะอึกสะอื้นไม่หยุด
แย่จริง เห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ ฉันรู้สึกเจ็บปวดทรมานยังไงก็ไม่รู้
ว่าแล้ว ฮานะโซโนะ ชิซึมะ หญิงสาวอายุ 17 ก็โอบกอดร่างบางอย่างแผ่วเบา
เธอยังอาลัยอาวรณ์กับการเลิกราจากสาวน้อยที่แสนบริสุทธิ์
อา ดอกเดซี่น้อยๆ เธอคือสิ่งมีค่าของฉัน ทั้งๆ ที่อยากจะอยู่กับเธอตลอดไป แต่เวลาที่หมุนไปมันช่างโหดร้าย ในที่สุดเวลาเช่นนี้ก็มาถึง
ทั้งๆ ที่คิดว่า คราวนี้ เธอนี่แหละที่จะหยุดจิตใจโลเลของฉันได้แท้ๆ
ชิซึมะเงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม คิดย้อนกลับไปถึงเรื่องราวในอดีต
*
หลังจากที่เข้าเซนต์มิอาเทอร์แห่งนี้ กี่ครั้งกันนะที่เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โรงเรียนสตรีเซนต์มิอาเทอร์ที่ว่ากันว่าเป็นโรงเรียนคุณหนูระดับท็อปคลาส ในโรงเรียนแห่งนี้มีเหล่าเด็กสาวอยู่มากมายที่ถูกอบรมมาอย่างดี รูปร่างหน้าตาสะสวย สติปัญญาฉลาดเฉลียว แต่ถึงอย่างนั้นจิตใจก็ยังเข้มแข็ง ทว่าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา มีความเคารพนับถือผู้ที่มีอาวุโส และมีศรัทธาเลื่อมใสในพระเจ้า ซึ่งหาไม่ได้แล้วในสังคมทั่วๆ ไป
ฉันเองก็เลยเลือกไม่ถูก
ชิซึมะซึ่งเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล กลายเป็นจุดรวมความสนใจของทุกคนในโรงเรียนตั้งแต่ช่วงที่ขึ้นมัธยมต้น
แม้ที่มิอาเทอร์จะมีบรรดาลูกสาวของตระกูลดังอยู่ก็ตาม แต่ตำแหน่งลูกสาวคนโตผู้สืบทอดตระกูลเก่าแก่ที่ทรงอิทธิพลทางธุรกิจ ก็เพียงพอที่จะเป็นจุดสนใจของบรรดานักเรียน ยิ่งไปกว่านั้น ชิซึมะยังเป็นหญิงรูปงามและเป็นอัจริยะในทุกด้าน
คลื่นผมยาวเงาเป็นประกาย ผิวขาวที่ราวกับจะโปร่งใสเหมือนกับเครื่องกระเบื้อง ขาเรียวยาว รูปร่างสูงเพรียว
เธอเป็นนักกีฬากระโดดสูงของชมรมกรีฑาและเป็นนักกีฬาวิ่งผลัดในงานกีฬาสี นอกจากนี้ ชิซึมะผู้เฉลียวฉลาดนั้นมักจะติดอันดับท็อป 100 ในการสอบพรีเทสต์ทั่วประเทศอีกด้วย จมูกโด่งกับคางแหลมฉายแววความฉลาด ขนตายาวและดวงตาโตเป็นประกายสะท้อนความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เป็นดวงตาสวยงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบจากต่างประเทศ ไม่ว่าใครที่เห็นก็คิดเช่นนั้น
จะยืนก็ดี จะนั่งก็ดี ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่มองก็ราวกับกุหลาบที่โดดเด่นกว่าดอกอื่น เธอถูกพร่ำบอกเช่นนั้นตั้งแต่ยังเล็กๆ เรื่อยมา

ทั้งการได้รับเชิญจากรุ่นพี่ให้ไปปาร์ตี้น้ำชา ทั้งสายตาแห่งความหลงใหลของรุ่นน้องที่พุ่งเข้ามาก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแปลกประหลาดใจแต่อย่างใด
ชิซึมะไม่ปฏิเสธคำเชิญชวนเหล่านั้น เธอจะยิ้มตอบกลับไปไม่ว่ากับใครก็ตาม และยินดีที่จะใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอันสวยงาม แม้ว่าความหลงใหลจะรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นความรัก แต่ชิซึมะก็ไม่ได้รังเกียจ เพราะการอยู่ท่ามกลางเหล่าสาวสวยน่ารักนั้นทำให้เธอมีความสุขและเธอก็ยังชอบที่จะเล่นสนุกกับความรัก ในที่สุดชิซึมะก็มีชีวิตอยู่ท่ามกลางเหล่าหญิงสาวเและติดอยู่ในวังวนอันน่าพิศวงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ความรู้สึกระหว่างเด็กสาวด้วยกันนั้นเฉกเช่นกลิ่นหอมหวานของลูกพีซที่สุกงอม ความรู้สึกที่อยากสัมผัสผิวขาวเนียนนุ่มนั้นไม่ใช่ทั้งความรักหรือความกระวนกระวายใจ
หากมีความรู้สึกนี้ในใจแล้ว ก็จะเกิดความต้องการครอบครองอีกฝ่ายไว้แต่เพียงผู้เดียวจน ใจเต้นสั่นไหวรุนแรง
ไม่สามารถแยกจากเธอได้แม้เพียงอึดใจเดียว
อยากจะผูกพันกับเธอตลอดไป
จะไม่ยอมให้สายตาของเธอคนสำคัญมีใครคนอื่นนอกจากฉัน
เป็นครั้งแรกที่เกิดความรู้สึกราวกับอยากกุมบังเหียนม้าขึ้นในชีวิตของชิซึมะ ผู้พรั่งพร้อมไปด้วยพรสวรรค์และสามารถควบคุมเกือบทุกสิ่งทุกอย่างได้
ชิซึมะจมปลักอยู่กับความรู้สึกนั้น หลังจากที่เลื่อนชั้นเป็นรุ่นพี่ ชิซึมะก็เปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยๆ
คงจะรู้สึกชินชาแล้วล่ะมั้ง......ไม่สิ ไม่ใช่อย่างนั้น
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
ไม่ว่าจะกับใคร ไม่ว่าจะทำอะไร ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ก็ยังรู้สึกเหมือนส่วนลึกในจิตใจมันยังว่างเปล่า
อาจจะเป็นเพราะเด็กคนนั้นก็ได้
เสี้ยววินาทีนั้น ในใจของชิซึมะก็เกิดรอยร้าวเล็กๆ
ทว่าชิซึมะค่อยๆ เก็บความทรงจำในฤดูใบไม้ร่วงที่หวนคืนมานั้นกลับไปที่เดิม
จะต้องมีคนที่สามารถถมช่องว่างนั้นได้อยู่สักแห่งแน่นอน
*
ไม่มีคำพูดใดจากชิซึมะอีก
สาวน้อยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ที่ดวงตานั้น ไม่มีน้ำตาหลงเหลืออยู่แล้ว สิ่งที่แทนที่อยู่นั้นกลับเป็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ขอโทษนะคะ... รุ่นพี่ชิซึมะ... ทั้งๆ ที่รุ่นพี่ไม่ชอบเห็นน้ำตาแท้ๆ แต่ชั้นกลับร้องไห้ให้เห็น
เธอพยายามยิ้มออกมา ขณะที่แก้มทั้งสองยังคงมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่
สำหรับฉันแล้ว... รุ่นพี่ชิซึมะน่ะ เป็นดั่งความฝันที่สวยงาม เหมือนกับที่ได้เห็นดอกซากุระพวกนี้...
เด็กสาวมองไปที่ท้องฟ้า เอื้อมไปคว้ากลีบดอกซากุระที่ปลิวร่วงมาไว้ในมือ
เพราะฉะนั้น... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกค่ะ... จริงๆ แล้วการที่คนอย่างฉันได้อยู่เคียงข้างกับรุ่นพี่นั้นก็เป็นเหมือนความฝันอยู่แล้ว... ฉันน่ะ... ถึงจะตายไปตอนนี้ก็ไม่เป็นไร... ในเมื่อฉันได้พบกับความฝันที่สวยงามที่สุดแล้ว...
เธอจูบกลีบดอกไม้เบาๆ แล้วก็หัวเราะ
ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ได้อยู่กับรุ่นพี่ชิซึมะ.... ฉันเองก็...มีความสุขมากเช่นเดียวกันค่ะ... เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว...สำหรับคนอย่างฉันแล้ว มันมากเกินพอด้วยซ้ำไป...
เสียงสุดท้ายที่พูดสั่นเครือเล็กน้อย
ฟิ้วววววว
รู้สึกเย็นเมื่อสายลมกระทบแก้มที่เปียกน้ำตา
ขอบใจนะ เด็กดี......
ชิซึมะรู้สึกทนไม่ได้
นี่เป็นครั้งสุดท้าย
ใช้มือแตะแก้มเนียนใสที่ร้อนผ่าวของสาวน้อยแล้วจ้องใบหน้านั้นนิ่งๆ สิ่งที่สะท้อนภายในดวงตาใสสีดำคู่นั้นมีเพียงใบหน้าของชิซึมะ และแล้วสิ่งที่สะท้อนภายในดวงตาคู่นั้นก็มีเพียงดวงตาของชิซึมะเท่านั้น
ดวงตาของสาวน้อยหลับลงอย่างช้าๆ
เงาของร่างทั้งสองซ้อนเป็นร่างเดียวกันท่ามกลางสายหมอกสีชมพู
ฟิ้ว
ชายกระโปรงของชิซึมะพลิ้วไหวไปตามแรงลม
*
รุ่นพี่ไปก่อนเถอะค่ะ
เธอบอกกับชิซึมะที่จ้องมองมาอย่างไม่สบายใจ
สาวน้อยกุมมือไว้ที่หน้าอกและหลับตานิ่ง พูดอย่างเด็ดเดี่ยว
ส่วนฉันจะอยู่ตรงนี้อีกสักพัก อยากจะชมดอกซากุระเหล่านี้ และจดจำเรื่องราวของรุ่นพี่ชิซึมะเอาไว้
ร่างเล็กค่อยๆลืมตาขึ้น เผยรอยยิ้มสดใสออกมา
ถึงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบกันก็ตาม... แต่อย่ากังวลใจเลยค่ะ... ตั้งแต่พรุ่งนี้... จะกลับไปเป็นเพียงรุ่นน้องธรรมดาๆ เหมือนเดิม... ดังนั้น... ขอแค่ครั้งสุดท้าย...
น้ำตาเอ่อล้นออกจากดวงตาของสาวน้อยอีกครั้ง
ความทรงจำนี้....แค่ความทรงจำที่อยู่ภายในใจนี้... จะเป็นอะไรมั้ยคะ... ถ้าจะขอเก็บมันเอาไว้.... เพราะมันเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับฉัน...
ชิซึมะอึ้งไปชั่วครู่ก่อนส่งยิ้มให้เด็กสาว
อื้ม ได้สิ
พูดจบชิซึมะก็หันหลังให้เธอ เดินลงเนินไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาเป็นครั้งที่สอง
เธอที่ฉันเคยรัก ดอกเดซี่ที่แสนน่ารักของฉัน ในใจนี้ก็จะมีแค่เธอเท่านั้น
ซ่า
สายลมพัดแรงขึ้น ซากุระที่ร่วงโปรยปรายราวกับพายุหิมะได้บดบังแผ่นหลังของชิซึมะให้ลับไปจากสายตาของสาวน้อย
ทิวทัศน์ที่ดอกซากุระปลิวร่วงนั้นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูสวยงามไปหมด แต่ความสวยงามนี้กลับมีช่วงเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น
*

แสงส่องประกายระยิบระยับ
ดอกโคเดมาริ*สีขาวบานสะพรั่งเลียบตามกำแพงรั้วสีขาว เป็นประกายสะท้อนแสงจากพระอาทิตย์
ว้าว ดอกไม้น่ารักจังเลย
สาวน้อยส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ เผลอยื่นมือออกไปหาพุ่มดอกโคะเดะมาริอ่อนที่ปลูกเลียบไปตามแนวรั้วยาว กิ่งไม้เล็กๆ ที่ปลายนิ้วสัมผัสนั้นสั่นไหว กลีบดอกเล็กๆ โปรยปราย ดูราวกับละอองหิมะร่วงหล่นอยู่บนพื้นดินตรงปลายเท้าของสาวน้อย
เหมือนหิมะอุ่นๆ ตกลงมาเลย
ซ่า..
เสียงลมหมุนลูกเล็กๆ พัดผ่าน
กิ่งโคะเดะมาริสั่นไหวลู่เอน ส่องประกายสีขาว ละอองหิมะระยิบระยับจำนวนนับไม่ถ้วนปลิดปลิวไปทั่วบริเวณ
ถึงแม้ว่าสาวน้อยจะไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของดอกไม้เล็กๆ ที่น่ารัก แต่เพียงแค่ภาพที่สดใส สวยงามเช่นนี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ อาโออิ นางิสะ เด็กสาวผู้นี้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ และรู้สึกถึงสัญญาณแห่งการเริ่มต้นที่ดี
ที่โรงเรียนใหม่น่ะนะ จะต้องมีเรื่องสนุกๆ มากมายกำลังรออยู่แน่ๆ เลย ถึงแม้จะรู้สึกกังวลนิดๆ เพราะได้ยินว่าเป็นโรงเรียนคุณหนูที่โด่งดัง แต่ว่านะ...ไม่เป็นไรหรอก
ก็วันนี้อากาศดีแบบนี้นี่ แถมยังรู้สึกสดชื่นขนาดนี้ ต้องไม่เป็นไรแน่ๆ
เมื่อเช้า เครื่องแบบใหม่เอี่ยมที่ลองใส่เป็นครั้งแรกน่ะน่ารักมากเลย ก่อนหน้านี้ก็เป็นกังวลเพราะมันดูเป็นผู้ใหญ่มากๆ ยังไงไม่รู้ อาจจะไม่เหมาะกับนางิสะล่ะมั้ง แต่ว่าวันนี้มันเข้ากับนางิสะอย่างกับโกหกแน่ะ
ใช่มั้ยล่ะ?
แล้วก็เมื่อเช้า ตอนที่ยืนหน้ากระจกบานใหญ่เช็คความเรียบร้อยของตัวเองน่ะ เงาในกระจกดูเป็นคนละคนกับเมื่อวานเลย
นางิสะมัดหางม้าด้วยความตั้งใจมากกว่าทุกวัน แต่ดูๆ ไปหางม้าสีอ่อนนั้นมัดอยู่สูงกว่าทุกครั้งซะอีก


ชุดวันพีซสไตล์คลาสสิคที่ตัดเย็บอย่างดีด้วยผ้าขนสัตว์สีเทาเข้ม ช่องว่างล่างแนวกระดุมของกระโปรงยาวเผยให้เห็นเพทติโค้ดสีออฟไวท์เล็กน้อย ที่คอปกเสื้อแบบลูกไม้สวมด้วยไทต์สั้นสีเขียวเข้มซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียน สร้างความรู้สึกเรียบร้อยและประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น แม้แต่นางิสะที่ส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาครึ่งปี เมื่ออยู่ในชุดเครื่องแบบนี้แล้ว กลับดูสง่างามเป็นผู้ใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ
ถึงแม้ว่านางิสะจะมีใบหน้าที่อ่อนวัยกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ตาม แต่ใครๆ ก็ชมอยู่เสมอว่ามีรอยยิ้มที่สดใส วันนี้ก็เหมือนกันนะ ยิ้มสวยไม่มีที่ติเลย
แต่ว่า ระหว่างที่คิดแบบนั้น นางิสะก็หันไปยิ้มให้ตัวเองในกระจก
ยังไม่ใช่จริงๆ ด้วยแฮะ ภาพในกระจกยังเป็นแค่รอยยิ้มแบบเด็กไร้เดียงสาที่รู้จักแค่รสชาติหวานๆ ของขนมมากกว่าความรักที่ขมขื่นและทุกข์ทรมานใจ
มีคนบอกว่าหน้าตาดูเหมือนลูกทานุกิอยู่หลายคนเหมือนกัน... อืมม... เป็นเพราะดวงตากลมโตคู่นี้หรือเปล่าน้าที่ทำให้ดูเป็นเด็กๆ
นางิสะใช้นิ้วแตะหางตาตัวเองแล้วลองดึงขึ้น
หวา หน้าตาประหลาดจัง
ฮะ ฮะ ฮะ ขำจนกลั้นหัวเราะไม่อยู่เลย

แต่ว่านะ เครื่องแบบชุดนี้น่ะ เหมาะกับนางิสะมากกว่าที่คิดไว้ซะอีกล่ะ
พอเป็นนักเรียนมัธยมปลายแล้ว คงจะค่อยๆ เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นโดยที่ไม่รู้สึกตัวสินะ
อาฮะ... นางิสะ จะไม่มั่นใจมากไปหน่อยหรือ?
ทั้งๆ ที่ไม่มีใครมองอยู่ แต่นางิสะก็รู้สึกเขินขึ้นมาแล้วก็ยิ้มอยู่หน้ากระจก

อืม วันนี้ต้องพยายามเข้า
นางิสะมองไปยังดอกโคเดะมาริข้างทางที่กำลังสะบัดส่ายไปมารับแสงอาทิตย์พลางคิด วันนี้เป็นวันแรกที่ใส่เครื่องแบบนี้ วันแรกที่จะไปโรงเรียนนี้ เริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมานิดหน่อย แต่ว่านะ ดอกไม้ที่น่ารักขนาดนี้อุตส่าห์ออกมาต้อนรับ แปลว่าที่นี่คงไม่ได้รังเกียจนางิสะหรอก
ใช่มั้ยล่ะคะ พระผู้เป็นเจ้า
ก็พระอาทิตย์ส่องแสงแดดสดใสตั้งแต่เช้า ทำให้ดอกไม้เล็กๆ สีขาวดูสวยขึ้นไปอีก ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลเท่าไหร่หรอกว่าทำไมถึงรู้สึกว่าวันนี้สดใสกว่าทุกวัน
นางิสะไม่ค่อยรู้เรื่องพระผู้เป็นเจ้าเท่าไหร่ แต่ว่า ในเมื่อวันนี้เป็นวันที่สดใสขนาดนี้ ก็เลยรู้สึกเหมือนกับว่าพระผู้เป็นเจ้าต้องประทานกำลังใจให้นางิสะแน่ๆ รู้สึกเหมือนพระองค์ตรัสว่าความล้มเหลวหรือความผิดพลาดน่ะเราจะช่วยเอง จงอย่ากังวลกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ร่าเริงให้เต็มที่แล้วก็พยายามเข้า

อืม ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ สินะ
วันนี้ เป็นการเริ่มต้นใหม่ของนางิสะนี่นา
พระผู้เป็นเจ้าต้องประทานกำลังใจให้แน่นอน
นางิสะ จากนี้ไปจะมีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นเยอะแยะเลยล่ะ

นางิสะยกมือขึ้นจัดปกเสื้อลายลูกไม้สีขาวเบาๆ ก่อนจะลืมตัวหมุนตัวอย่างแรงรอบหนึ่งจนต้องเอามือกดกระโปรงที่กางออก
อ๊า แย่ล่ะ เห็นชั้นในหมดแล้ว
แล้วถ้ามัวแต่อยู่อย่างนี้ก็จะไปสายด้วย
ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันสำคัญก็เลยรีบตื่นแต่เช้าเพื่อมาลองชุด แถมยังดื่มชาสงบความตื่นเต้นไปตั้งหลายแก้ว แต่สุดท้ายแล้วกลับเหลือเวลาเพียงแค่สิบนาทีเท่านั้นเอง ถ้าไม่รีบต้องสายแน่ๆเลย
*
นางิสะก้าวเดินออกไปในชุดเครื่องแบบที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่ฝัน เครื่องแบบของโรงเรียนสตรีเซนต์มิอาเทอร์ที่มีประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่
นางิสะเดินกึ่งวิ่งจนกระโปรงสะบัดขึ้นลงปลิวพลิ้วไปตามแรงลม นางิสะซึ่งไม่เคยใส่กระโปรงที่ยาวแบบนี้มาก่อน จึงไม่รู้ว่าการเดินแบบนี้จะทำให้กระโปรงสะบัดเปิดไปมาอย่างนี้ นางิสะก้มลงมองกระโปรงพลางคิดอยู่ในใจว่า คงต้องไปหัดเดินใหม่ซะแล้วล่ะแบบนี้
นางิสะมุ่งทางโรงเรียนเซนต์มิอาเทอร์แล้วก้าวเดินออกไป ชีวิตในรั้วโรงเรียนของนางิสะจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ล่ะ
*
ชิซึมะเดินลงจนถึงตีนเขา แล้วหันย้อนกลับไปมองบนยอดเขานั้น
เนินเขาแอสเทรีย
โรงเรียนสตรีเซนต์มิอาเทอร์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากอารามชีตรงนี้ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันนี้โรงเรียนพี่น้อง 2 แห่ง คือ โรงเรียนสตรีเซนต์สปิก้าและโรงเรียนสตรีเซนต์ลูลิมก็ถูกสร้างขึ้นที่บริเวณใกล้กัน โรงเรียนแอสเทรียทั้งสามต่างก็มีชื่อเสียงในสังคมด้วยความเป็นโรงเรียนหญิงล้วนที่มีลักษณะพิเศษ

พอมองจากข้างล่าง ท้องฟ้าสีน้ำเงินดูตัดกับเนินที่ผลิสีเขียวแห่งฤดูใบไม้ผลิอย่างสวยงาม
ชิซึมะเงยหน้ามองเนินเขา
เด็กคนนั้น จะกลับคนเดียวได้รึเปล่านะ ถ้าไม่ร้องไห้แล้วก็คงจะดี
ชิซึมะนึกเป็นห่วง
ไม่สิ.....ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก พลางส่ายหน้าอยู่คนเดียว
ไม่ว่าจะคบกับเด็กผู้หญิงคนไหน ที่รักษาความสัมพันธ์ไว้ได้แค่เดือนเดียวเป็นเพราะชิซึมะแต่เพียงผู้เดียว ชิซึมะจึงไม่ควรมีสิทธิ์ที่จะเป็นห่วงสาวน้อยผู้ที่ตอนนี้กำลังร้องไห้เพราะตัวเองเลย
ตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง
ทั้งๆ ที่ชอบแต่กลับรักษาความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้
ทั้งๆ ที่ไม่เหลือความรู้สึกแต่ยังคบกันต่อไปน่ะ ถึงจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็ไม่อยากทำ
เพราะไม่อยากโกหกความรู้สึกที่จริงจังของอีกฝ่าย
เพราะไม่อยากทำให้เจ็บปวด
เพราะอยากรักด้วยความรู้สึกเท่าๆ กันกับอีกฝ่าย

ความเจ็บปวดก็แล่นผ่านในใจของชิซึมะที่หวนคิดกลับไป
คำพูดนั้นที่ว่า ไม่อยากทำให้เธอเจ็บปวด อยากจะรักด้วยความรู้สึกที่เท่ากัน
แล้วเด็กคนนั้นล่ะ ชิซึมะถามตัวเอง
แล้วเด็กคนนั้นล่ะ เพราะอะไร? เธอเป็นอย่างนั้นแล้วก็ต้องจากที่นี่ไป
ฉันยังรู้สึกผิดอยู่อย่างนั้นเหรอ?
หรือว่า......

หรือว่า เพราะเวลามันล่วงเลยผ่านไปจนฉันเติบโตแล้ว?

หึหึ..... ชิซึมะฝืนตัวเองให้หัวเราะกลบเกลื่อน
รู้สึกหนาวเย็นเล็กน้อย นี่คือท้องฟ้ามืดครึ้มช่วงซากุระบานอย่างนั้นเหรอ
ดูเหมือนตั้งแต่เมื่อกี้ลมพัดแรงขึ้นยังไงก็ไม่รู้ ดอกซึมิเระสีขาวที่ผลิบานอยู่บนเนินแอสเทรีย ลู่ไหวไปตามแรงลม
ต้องรีบกลับหอพักอิจิโกะแล้วสิ
ชิซึมะห่อไหล่ เดินอ้อมออกไปทางถนนฝั่งตรงข้าม
ซ่า..
ชิซึมะมุ่งหน้าเดินต่อไป โดยไม่สนใจสายลมที่พัดเข้ามาเรื่อยๆ จนไปถึงบ้านพักที่อีกด้านหนึ่งของเนิน
*
ยังไม่อยากให้ใครรู้ เรื่องที่เลิกกับเด็กคนนั้นเลย...
ชิซึมะคิดภาพสภาพซาลอนเมื่อกลับถึงหอ วันหยุดช่วงฤดูใบไม้ผลิวันสุดท้ายนี้ ตอนนี้คงจะมีเด็กที่เพลินเพลินกับการจิบชาและทานขนมอยู่เยอะแยะแน่ๆ เวลาแบบนั้น จะมีแฟนๆที่คอยจับตามองชิซึมะอยู่เต็มไปหมด
เพราะฉะนั้น ถ้าชิซึมะไม่อยู่คงจะเป็นเรื่องสังเกตได้ในทันที
ที่โรงเรียนและหอพักอิจิโกะซึ่งเข้มงวดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องนั้น การเข้าใกล้ชิซึมะผู้จะเป็นรุ่นพี่ชั้นสูงสุดตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลินี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การออกมาที่ซาลอนจึงเป็นโอกาสอันน้อยนิดที่รุ่นน้องจะได้เข้าใกล้ดาวเด่นอย่างชิซึมะ
ถึงแม้จะรู้อยู่ว่าระยะนี้ไม่ว่าใครชิซึมะก็จะคบด้วยแค่เพียงเดือนเดียว แต่พวกเธอก็ยังหลงใหลใฝ่ฝันในตัวชิซึมะ อยากให้ชิซึมะอยู่ใกล้ๆและไม่ตัดรอนกันภายหลัง
ทุกคนที่ได้รับความรักจากชิซึมะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือความสุขที่มากกว่าสิ่งอื่นใด และอยากจะเก็บเรื่องราวความสุขนั้นไว้เป็นสมบัติล้ำค่าในจิตใจ......

ดังนั้น ชิซึมะจึงเป็นที่หมายปองของเด็กสาว และได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น
เด็กสาวพวกนั้นอยากจะอยู่ภายในอ้อมกอดของชิซึมะ ผู้น่าหลงใหล น่าสนใจยิ่งกว่าผู้ชายคนใด ถึงจะเอาแต่ใจทว่าสวยงาม ชิซึมะจึงหมายจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของอีกฝ่ายแต่เพียงผู้เดียวอย่างไม่รู้จักพอ

คงจะดีถ้าเด็กคนนั้นที่เพิ่งเลิกกันไปจะไม่เจ็บปวดกับข่าวลือซุบซิบนินทาในซาลอน
เฮ้อ......
ชิซึมะถอนหายใจแล้วก็ก้มมองเท้าซึ่งหยุดเดินตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ตอนนั้นนั่นเอง
ขอโทษค่า หอพักอิจิโกะอยู่ทางนี้ใช่รึเปล่าคะ
มีเสียงเด็กผู้หญิงดังมาจากข้างหน้า
พอชิซึมะเงยหน้าขึ้นมอง ก็เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ เธอใส่เครื่องแบบเซนต์มิอาเทอร์และถือกระเป๋าบอสตันใบใหญ่

เธอคือ......
ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย
นักเรียนใหม่ที่จะย้ายเข้ามาเรียนชั้น ม. 4 ตั้งแต่พรุ่งนี้ แล้วก็จะเข้าพักที่หอพักอิจิโกะตั้งแต่วันนี้ค่ะ
อ้อ จะว่าไป เมื่อวานเหมือนจะได้ยินข่าวลือทำนองนี้มาด้วย......

ชิซึมะจ้องมองเด็กสาวอย่างพิถีพิถัน

คิกคิก......หางม้าสะบัดไปมาซะน่ารักเชียว มีเด็กที่แสนสดใสร่างเริงเข้ามาที่นี่แล้วล่ะนะ
ชิซึมะหลงไปกับรอยยิ้มที่ส่องแสงราวกับดวงอาทิตย์ของเด็กสาวจนเผลอยิ้มออกไป

2006/Sep/22

ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ จะรู้จัก Strawberry Panic กันบ้างมั้ย

วันนี้ในบล็อกของ AKIBA ก็ขอนำ StrawberryPanic

ตอนที่ 1เวอร์ชั่นนิยาย มาให้เพื่อนๆ ได้ทดลองอ่านกันคะ

งั้นไปลองอ่านดูกันนะคะ ขอบคุณค่ะ *-*

.

.

Strawberry Panic

บทที่ 1

วันที่หนึ่ง

เทพธิดาผู้งดงามกำลังล่าเหยื่อแสนเสน่หาท่ามกลางกลุ่มหมอกสีซากุระ

พลิ้ว...พลิ้ว...พลิ้ว...
สายลมแผ่วเบาพัดพากลีบบางเบาของดอกซากุระปกคลุมไปจนทั่วบริเวณ
เงาร่างสองร่าง ถูกโอบล้อมด้วยสีเขียวงดงามของเนินเขา ภายใต้ซากุระต้นใหญ่ผลิดอกบานสะพรั่ง ราว
กับอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆหมอกสีชมพูอันแสนอ่อนโยน
ถึงเวลาที่เราต้องจากกันแล้วสินะ...
รุ่นพี่คะ...แต่ว่าชั้นยัง...

พลิ้ว...พลิ้ว...พลิ้ว...
กลีบดอกซากุระร่วงหล่นจากต้นอีกครั้ง เมื่อสายลมแผ่วเบาพัดผ่านไป
แต่ว่าชั้นยังไม่อยากจากรุ่นพี่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ...
ร่างสูงโปร่ง และ ร่างบอบบาง ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมอกจางสีซากุระ
อย่าพูดแบบนี้อีกนะ...
เจ้าของร่างสูงโปร่งโน้มตัวเข้าไปใกล้ร่างเล็กบอบบางมากขึ้น
มันไม่ดี...
ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสอย่างแผ่วเบากับริมฝีปากสวยได้รูป
ค่ะ...ค่ะ...ขอโทษนะคะ
สาวน้อยเจ้าของร่างบาง ใช้ผ้าเช็ดหน้าเปียกชุ่มซับน้ำซึ่งยังคงไหลอย่างไม่ขาดสาย ถึงแม้จะรู้ดีว่าผ้า
ผืนเล็กเปื้อนคราบน้ำตานั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก
จะบอกอะไรให้นะ...
ร่างสูงโปร่งใช้มือขาวเนียนเกาะกุมมือเล็กๆ ซึ่งกำลังใช้ซับน้ำตาของเด็กสาวเอาไว้แน่น
บ่าเล็กๆ ของร่างบอบบางขยับขึ้นลงตามแรงสะอื้น
เธอนี่ร้องไห้เก่งจริงๆ เลย...ดูสิ เช็ดแรงแบบนี้ดี เดี๋ยวตาบวมกันหมดพอดี
ปลายนิ้วเรียวยาวเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ ลากผ่านเปลือกตาของเด็กสาว อย่างไรก็ตาม การกระทำ
ดังกล่าว กลับทำให้ร่างบอบบางสั่นไหวมากกว่าเดิม

พลิ้ว...พลิ้ว...พลิ้ว...
กลีบดอกบางเบาของซากุระ ถูกสายลมพัดพาให้โปรยปรายลงมาอีกครั้ง
ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูของเด็กสาวลอยเด่นท่ามกลางบรรยากาศสีขาวบริสุทธิ์
เจ้าของร่างสูงโปร่งได้แต่คิดในใจว่า อีกไม่นานเด็กสาวผู้หมดจดเหมาะกับชุดเครื่องแบบคนนี้ คงเติบโต
ขึ้นเป็นหญิงสาวแสนงดงาม
ชั้นต้องการเธอ...เหลือเกิน...
อา...ทนไม่ไหวแล้ว...

ร่างสูงโปร่งอ้าแขนทั้งสองข้าง หวังจะดึงร่างบางน่าทะนุถนอมเข้ามาไว้แนบอก แต่การกระทำดังกล่าว
กลับหยุดชะงัก เมื่อฉุกคิดขึ้นได้ว่า
ทำแบบนี้ไม่ได้...จะกอดเด็กคนนี้ไม่ได้อีกแล้ว...ไม่อย่างนั้น คงตัดใจได้ยาก...เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้าย
แล้วที่จะได้พบกัน...
แขนขาวเนียนถูกลดระดับลงต่ำ ก่อนที่มือทั้งสองจะถูกวางบนไหล่เล็กๆ แสนบอบบาง
ดอกเดซี่ที่น่ารัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรามีความสุขมากใช่ไหม...เธอไม่ต่างอะไรกับเทพธิดาตัวน้อยของ
ชั้น อยากให้เข้าใจนะว่า ชั้นเองก็รู้สึกเจ็บปวดที่ต้องปล่อยเธอผู้แสนน่ารักให้หลุดมือไป...
เอาล่ะ...
เสียงจากริมฝีปากบางทำให้เจ้าของร่างเล็กเงยหน้าขึ้นอย่างเศร้าสร้อย
ความหวังอันน้อยนิด ทำให้น้ำตาที่หลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำเหือดหายไปจนหมดสิ้น
เจ้าของร่างสูงเพ่งมองใบหน้าสวยได้รูปซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนส่ายศีรษะไปมา
ท่ามกลางกลุ่มหมอกสีซากุระใต้ท้องฟ้าสีคราม
เธอน่าจะรู้จักชั้นดีไม่ใช่หรือ...
รอยยิ้มอ่อนโยนระบายไปทั่วใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา
ค่ะ...ค่ะ...

แม้จะเป็นเรื่องที่เคยรับรู้มาก่อนแล้วล่วงหน้า แต่หยาดน้ำตายังคงไหลพร่างพรูอาบแก้มใสจนดูมัวหมอง
เอาล่ะ...หยุดร้องไห้เสียที...
ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามร่องแก้มเนียนเพื่อซับน้ำตา แต่เจ้าของร่างบอบบางกลับสะอึกสะอื้นอย่างไม่หยุด
หย่อน
รู้หรือเปล่าว่า...พอเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้...มันทำให้ชั้นรู้สึกหดหู่ไปด้วย...
ฮานาโซโนะ ชิซึมะ พูดพร้อมโอบกอดร่างบางอย่างเบามือ
ถึงแม้เป็นฝ่ายเลือกที่จะบอกลา แต่หญิงสาวกลับรู้สึกแย่พอสมควร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์
เช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ดอกเดซี่ที่น่ารักบอบบางน่าทะนุถนอม...เธอไม่ต่างอะไรกับสมบัติแสนล้ำค่าของชั้น ทั้งๆ ที่หวังว่าจะได้
อยู่เคียงข้างกันตลอดไป...แต่วันเวลาที่ผ่านไปช่างโหดร้ายเหลือเกิน...โหดร้ายจนทำให้ชั้นต้องเผชิญหน้า
กับสถานการณ์น่าอึดอัดนี้อีกครั้ง...
ทั้งๆ ที่คิดว่าเธอจะสามารถฉุดรั้งหัวใจแสนโลเลของชั้นเอาไว้ได้...
ชิซึมะ เงยหน้าขึ้นมองท้องท้องฟ้าสีครามก่อนลอบถอนใจเบาๆ

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเซนต์มิทเธอร์แห่งนี้แล้วนะ ที่เราต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์
แบบนี้...

โรงเรียนสตรีเซนต์มิทเธอร์ สถาบันการศึกษาชื่อดัง แหล่งรวมของเด็กสาวจากตระกูลมีชื่อเสียง ทำให้
นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กสาวผู้มีชาติตระกูลสูง รูปร่างหน้าตางดงาม เฉลียวฉลาด กริยามารยาทเรียบร้อย
แฝงไปด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์งดงาม มีความเคารพนอบน้อมต่อผู้อาวุโส รวมทั้ง ศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระผู้
เป็นเจ้า ซึ่งอาจหาแทบไม่ได้อีกแล้วในสังคมยุคปัจจุบัน

แล้วแบบนี้จะไม่ให้เปลี่ยนใจบ่อยๆ ได้อย่างไร...

ชิซึมะ ผู้เข้าเรียนในเซนต์มิทเธอร์ตั้งแต่ชั้นอนุบาล เริ่มได้รับการจับตามองจากทั้งรุ่นพี่ และ รุ่นน้องภาย
ในโรงเรียน หลังเลื่อนชั้นขึ้นเรียนในระดับมัธยมต้นได้ไม่นาน
ถึงแม้การเป็นบุตรสาวของตระกูลชื่อดัง และ ร่ำรวย จะเป็นเรื่องปกติสำหรับนักเรียนของเซนต์มิทเธอร์ แต่
สิ่งที่ทำให้ชิซึมะ ดูโดดเด่นแตกต่างจากนักเรียนคนอื่นๆ คือ นอกจากจะมีตำแหน่งบุตรสาวคนโตของตระกูล
ฮานาโซโนะ เจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ กุมอำนาจทางการเมืองของประเทศอย่างลับๆ เป็นประกันแล้ว ชิซึมะ
ยังมีรูปร่างหน้าตางดงามชวนมอง รวมทั้ง สติปัญญาฉลาดหลักแหลม และ เก่งไปเสียทุกด้าน
เรือนผมยาวสลวยเงางามเป็นประกาย ผิวขาวนวลเนียนราวกับกระเบื้องเคลือบล้ำค่า ร่างกายสูงโปร่งรับ
กับแขนขาเรียวยาวสมส่วน...
ไม่เพียงแต่เป็นนักกีฬากระโดดสูง รวมไปถึง วิ่งผลัดประจำชมรมกรีฑาเท่านั้น แต่ชิซึมะยังมีผลการเรียน
ยอดเยี่ยมจนถูกจัดอยู่ใน 100 อันดับ ของนักเรียนที่เข้าสอบเอนทรานซ์ทั่วประเทศอีกด้วย
จมูกโด่งได้รูป ปลายคางแหลม แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดแม้ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ถึงแม้จะมีขน
ตางอนงาม แต่นั่นไม่สามารถปิดบังความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งปรากฏอยู่ภายในประกายตาของ
หญิงสาวได้แต่อย่างใด
ทุกคนที่มีโอกาสได้พบกับหญิงสาวงดงามผู้นี้ มักให้ความเห็นตรงกันว่าเธอไม่แตกต่างกับตุ๊กตากระเบื้อง
เคลือบราคาแพงจากต่างประเทศ

ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เปี่ยมไปด้วยความงามราวกับดอกกุหลาบบานสะพรั่ง...

เป็นคำชมซึ่ง ชิซึมะ ผู้ฉลาดหลักแหลม และ เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ รู้สึกคุ้นเคยเป็น
อย่างดีมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย

ชิซึมะ ไม่เคยรู้สึกประหลาดใจกับทั้งคำเชิญชวนไปร่วมดื่มน้ำชาจากรุ่นพี่ รวมทั้ง สายตาเปี่ยมไปด้วย
ความหลงใหลจากรุ่นน้องที่พร่างพรูเข้ามาหาอย่างไม่ขาดสาย ในทางตรงกันข้าม หญิงสาวกลับตอบรับทุก
คำเชิญชวนด้วยรอยยิ้มแสนหวาน ทุกครั้งที่รู้ว่าความรู้สึกหลงใหลจากเด็กสาวรุ่นน้องทวีความรุนแรงขึ้นจน
กลายเป็นความรัก ชิซึมะ ยินดีตอบรับความรู้สึกแสนไร้เดียงสาของพวกเธอเหล่านั้นอยู่เสมอ...เมื่อรู้สึกตัวอีก
ครั้ง หญิงสาวจึงตกอยู่ในวังวนของความรักต้องห้ามอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
ความรักในหมู่เด็กสาวไม่แตกต่างอะไรกับกลิ่นหอมหวานชวนหลงใหลของลูกพีช ความรู้สึกจากการ
สัมผัสผิวขาวนวลเนียนนั้นช่างแปลกประหลาด จนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคือ ความหลงใหล หรือ ความ
ปรารถนาอย่างรุนแรงกันแน่
เมื่อความรู้สึกนี้แผ่ซ่านเข้าไปในจิตใจ ความต้องการครอบครองบุคคลอันเป็นที่รักเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
นั้นจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถควบคุมได้

ไม่อยากห่างจากเธอแม้แต่เพียงเสี้ยววินาที...
อยากอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป...
จะไม่ยอมให้คนอื่นเข้ามาอยู่ในสายตาของคนสำคัญอย่างเธอโดยเด็ดขาด...

ชิซึมะ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าความรู้สึกเหนือความควบคุมราวกับการควบม้าพยศเหล่านี้ จะเกิดขึ้นกับเธอ ผู้
มีความสามารถรอบด้าน และ ควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามความต้องการของตนได้อยู่
เสมอ
บัดนี้ ชิซึมะ กลับกลายเป็นผู้ดำดิ่งลงสู่วังวนแห่งความรู้สึกอันบ้าคลั่งนั้นเสียเอง ยิ่งไปกว่านั้น...
ตั้งแต่เลื่อนชั้นเข้าสู่ระดับมัธยมปลาย ชิซึมะ เริ่มเปลี่ยนคนรักบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

หรือเป็นเพราะเริ่มเคยชินกับความรู้สึกเร่าร้อนเหล่านี้แล้ว...ไม่สิ...ไม่ใช่แน่ๆ
มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
ไม่ว่าจะอยู่กับใคร ไม่ว่าจะทำอะไร มักจะรู้สึกอยู่เสมอว่า...
ภายในส่วนลึกหัวใจยังคงมีช่องว่างเล็กๆ ที่ไม่สามารถเติมเต็มได้หลงเหลืออยู่...
หรือจะเป็นเพราะเด็กคนนั้น...

ชั่วครู่หนึ่ง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้าสู่ภายใจจิตใจของหญิงสาว
อย่างไรก็ตาม ชิซึมะ พยายามหักห้ามความรู้สึกโหยหาความทรงจำแห่งฤดูใบไม้ร่วงแสนสวยงาม และ
ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะให้สิ่งนั้นเป็นเพียงอดีตซึ่งได้ผ่านพ้นไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ

สักวันหนึ่ง ต้องมีใครสักคนมาช่วยเติมเต็มช่องว่างภายในหัวใจดวงนี้ได้อย่างแน่นอน...

เด็กสาวเงยหน้าขึ้น
เมื่อรู้สึกว่าชิซึมะนิ่งเงียบไปเป็นเวลานาน
น้ำตาที่พร่างพรูออกมาอย่างไม่ขาดสายนั้น บัดนี้ได้เหือดแห้งไปจนหมดสิ้น
คงเหลือไว้แต่สีหน้าเด็ดเดี่ยว
เท่านี้ก็มากพอสำหรับคนอย่างชั้นแล้วล่ะค่ะ...ความสุขที่ได้รับจากรุ่นพี่มันแทบจะมากไปด้วยซ้ำ...
เสียงพูดของเด็กสาวสั่นเล็กน้อยในช่วงท้ายของประโยค
พลิ้ว....
สายลมเยือกเย็นพัดผ่านพวงแก้มที่แปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
ขอบคุณมากนะ...เด็กดีของชั้น...
ความรู้สึกเศร้าอย่างประหลาด ทำให้ชิซึมะจ้องมองใบหน้าไร้เดียงสา แล้วตัดสินใจใช้ฝ่ามือทั้งสองข้าง
สัมผัสกับแก้มเนียนใส

นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว...

ภาพสะท้อนของชิซึมะภายในดวงตากลมโตค่อยๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก่อนที่เด็กสาวจะหลับตาลงอย่าง
ช้าๆ
เงาร่างทั้งสองท่ามกลางกลุ่มเมฆสีซากุระค่อยๆ รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
พลิ้ว...
ชายกระโปรงของชิซึมะพลิ้วไหวไปตามแรงลม

รุ่นพี่...ไปก่อนเถอะค่ะ
สายตาเป็นกังวลของชิซึมะ ส่งผลให้เจ้าของร่างบอบบางหลังตาลง ประสานมือเรียวเล็กทั้งสองข้างไว้บน
หน้าอก และ พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
ชั้นจะอยู่...ดูซากุระที่นี่อีกสักพักค่ะ...หลังจากนั้น ค่อยกล่าวคำอำลา...
เด็กสาวลืมตาขึ้น พยายามยิ้มอย่างสดใส
...เป็นครั้งสุดท้ายกับความทรงจำร่วมกับรุ่นพี่ชิซึมะค่ะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ชั้นจะกลับไป
เป็นรุ่นน้องที่ดีเหมือนเดิมค่ะ แต่ว่า...
หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินจากดวงตากลมโตอีกครั้ง
แต่ว่า...ให้ชั้นเก็บความทรงจำ...เอาไว้ในใจตลอดไปได้ใช่ไหมคะ? เพราะมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดใน
ชีวิตของชั้น...
ชิซึมะ นิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนยิ้มบางๆ ให้เด็กสาว
ได้สิ แน่นอนอยู่แล้ว
ร่างสูงโปร่งหันหลังให้กับอดีตคนรัก แล้วเดินลงจากเนินไปเพียงลำพังโดยไม่หันกลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง
ดอกเดซี่ของชั้น...คนที่ชั้นเคยรัก...ต่อจากนี้คงไม่มีใครมาแทนที่เธอได้...
ซ่า...
สายลมแรงพัดพาดอกซากุระร่วงหล่นจากต้น...
บัดนี้พายุหิมะสีชมพูจางได้พรากเอาร่างสูงโปร่งของชิซึมะ ไปจากสายตาของเด็กสาวเสียแล้ว
ซากุระที่น่าสงสาร...ถึงแม้ความบางเบา และ พลิ้วไหว ของเจ้าจะเพิ่มความงดงามให้กับทุกสรรพสิ่ง แต่
ตัวของเจ้าเองกลับมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น...

กุหลาบโคเดมาริสีขาวบริสุทธิ์เรียงรายอยู่ตามริมรั้ว กำลังผลิบานล้อเล่นกับแสงอาทิตย์อบอุ่น แสง
สะท้อนสีเงินทอประกาย ทำให้รั้วธรรมดาๆ ดูงดงามขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
ว้าว...ดอกไม้น่ารักจังเลย
สาวน้อยผู้ร่าเริงอุทานด้วยความตื่นเต้น ก่อนเอื้อมมือไปสัมผัสกับกุหลาบโคเดมาริดอกเล็กน่าทะนุถนอมบนรั้วยาวสุดลูกหูลูกตา
โคเดมาริดอกน้อยสั่นไหวอย่างเริงร่าตอบรับสัมผัสจากปลายนิ้วเรียว ก่อนเริ่มโปรยกลีบดอกเล็กๆ สีขาว
บริสุทธิ์ลงสู่พื้นดินอย่างอ่อนโยน
เหมือนหิมะอุ่นๆ เลย...
เจ้าของเสียงใสพูดขึ้นเมื่อพบว่า กลีบดอกบางเบาของกุหลาบโคเดมาริซึ่งร่วงหล่นอยู่รอบบริเวณปลาย
เท้าของตนนั้นดูไม่แตกต่างจากเกล็ดหิมะเลยแม้แต่น้อย
ซ่า...
เสียงจากลมหมุนขนาดเล็กดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
พลิ้ว...
กิ่งก้านบอบบางของต้นโคเดมาริสั่นไหวไปตามแรงลม...เกล็ดหิมะส่องประกายสีเงินงดงามค่อยๆ โปรย
ปรายลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบา
น่ารักจัง...ดอกอะไรก็ไม่รู้...
ถึงแม้ไม่รู้จักชื่อแสนไพเราะของดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนประกายแสงแดดระยิบระยับ แต่บรรยากาศ
สดใสของวันอันแสนสวยงามนั้น ช่วยให้ อาโออิ นางิสะ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความ
กังวล เริ่มรู้สึกว่าต่อจากนี้คงมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิต

ที่โรงเรียนแห่งใหม่ต้องมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำเยอะแยะแน่เลย...
ตั้งแต่ได้ยินว่าเป็นโรงเรียนของบรรดาคุณหนูลูกผู้ดี...ก็รู้สึกกังวลมาตลอด แต่ว่า คงไม่เป็นไรหรอกน่า...
ถ้าได้ไปเริ่มเทอมใหม่ในวันที่รู้สึกดีแบบนี้...แถมอากาศยังเป็นใจอีกต่างหาก
ชุดนักเรียนใหม่น่ารักมากๆ ถึงตอนแรกจะไม่กล้าใส่ เพราะ รู้สึกว่าทำให้ดูเป็นสาวเกินตัว แต่พอลองใส่ดู
แล้ว กลับเหมาะกับนางิสะคนนี้อย่างไม่น่าเชื่อ...
...ใช่มั้ย

ทันทีที่สวมเครื่องแบบนักเรียนชุดใหม่ และ ก้าวไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่...นางิสะ รู้สึกราวกับกำลังจ้อง
มองเด็กสาวคนอื่นจากอีกด้านหนึ่งของกระจก
เส้นผมสลวยสีอ่อนถูกรวบเข้าหากันด้วยความตั้งใจมากกว่าทุกวัน
...มากจนทำให้ตำแหน่งของหางม้าซึ่งพลิ้วไหวไปตามการก้าวเดินนั้นดูออกจะสูงกว่าปกติด้วยซ้ำไป
เครื่องแบบนักเรียนสไตล์คลาสสิกถูกตัดเย็บอย่างประณีตบรรจง ชุดกระโปรงแบบติดกันทำจากผ้าขนสัตว์
เนื้อดีสีเทาเข้มยาวคลุมเข่า ถูกสวมทับบนกระโปรงเนื้อผ้าบางเบาสีขาวนวล ปลายแขนแบบระบายลูกไม้ และ เนกไทแบบสั้นสีเขียวเข้มซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียนช่วยส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดูเรียบร้อย แต่มีเสน่ห์ชวนมอง
ไม่เว้นแม้แต่ นางิสะ สาวน้อยวัย 15 ปี ผู้มีส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในช่วงเวลาหกเดือนที่ผ่านมา
แม้จะมีใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าเด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่นางิสะมั่นใจอยู่เสมอว่า ตนเองมีรอยยิ้ม
แสนสดใสไม่เป็นรองใคร

ขอชมตัวเองหน่อยเถอะ...คนอะไร ยิ้มสวยไม่มีที่ติได้ทุกวัน!

นางิสะ ยิ้มให้กับตัวเองในกระจกอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงานั้นคือ รอยยิ้มของเด็กสาวไร้เดียงสาผู้รู้จักเพียงแค่รสชาติของ
ขนมหวาน ไม่ใช่ความรู้สึกปวดร้าว และ ขมขื่นจากการรู้จักคำว่า รัก แต่อย่างใด

ที่มีคนบอกอยู่บ่อยๆ ว่าหน้าเหมือน ทานุกิตัวน้อย ต้องเป็นเพราะเจ้าตาโตกลมดิกนี่แน่ๆ เลยทำให้ดู
เป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตเสียที!?

นางิสะใช้ปลายนิ้วเรียวเล็กสัมผัสบริเวณหางตาแล้วดึงขึ้นเบาๆ

ว้าย... หน้าตาประหลาด!
ฮิ ฮิ ฮิ
หัวเราะคนเดียวก็เป็นด้วย
รู้สึกว่าใส่ชุดนักเรียนใหม่แล้วสวยกว่าเดิมเป็นกอง
นึกไม่ถึงเลยว่าพอขึ้น ม.ปลาย แล้วตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากขนาดนี้
นี่...นางิสะ...เธอจะไม่ขี้ตู่ไปหน่อยเหรอ?

นางิสะ ยิ้มเขินๆ ให้กับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก

ใช่เลย! วันนี้ต้องเป็นวันของเราแน่ๆ

นางิสะ พูดกับตนเองขณะเงยหน้ามองกลีบดอกสีขาวบริสุทธิ์ของดอกโคเดมาริ สะท้อนประกายงดงาม
จากแสงอาทิตย์

เครื่องแบบใหม่ โรงเรียนใหม่...ถึงจะเป็นโรงเรียนสุดหรูที่ไม่ค่อยเข้ากับนางิสะเท่าไหร่ก็เถอะ...แต่ว่า...
ถ้าลองส่งดอกไม้น่ารักๆ พวกนี้มาต้อนรับแล้วล่ะก็หมายความว่า พระผู้เป็นเจ้าต้องไม่ได้เกลียดนางิสะ
แน่ๆ...
ถึงจะไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับพระองค์เท่าไหร่
แต่แสงแดดอบอุ่น ดอกไม้ดอกเล็กน่ารักสีขาวบริสุทธิ์ กับความรู้สึกร่าเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแบบนี้
น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีแล้วว่า...พระองค์กำลังเอาใจช่วยนางิสะอยู่!
พยายามเข้านะ ถ้าเจ้าเกิดทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา ข้าจะเป็นคนช่วยเอง อย่ามัวแต่กังวลใจกับเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ ใช้ความร่าเริงของเจ้าเอาชนะทุกอย่างให้ได้
พระองค์ต้องกำลังบอกกับนางิสะแบบนี้แน่ๆ
อืม ต้องใช่แน่ๆ!
ใช่แล้ว ก็วันนี้...เป็นวันที่นางิสะจะได้พบกับอะไรใหม่ๆ นี่นา
พระผู้เป็นเจ้าต้องคอยให้กำลังใจนางิสะอยู่แน่ๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...
แต่รู้สึกว่าเรื่องสนุกๆ มากมายกำลังรอนางิสะอยู่ข้างหน้า...

สาวน้อยแสนสดใสใช้ปลายนิ้วไล้เบาๆ บนปกเสื้อผ้าลูกไม้ ก่อนหมุนตัวอย่างแรงด้วยความลืมตัวจนต้อง
ใช้แขนทั้งสองกดลงบนกระโปรงผ้าขนสัตว์เนื้อดีซึ่งกำลังบานพลิ้วด้วยแรงหมุน

ว้าย เดี๋ยวคนอื่นได้เห็นกางเกงในกันหมดพอดี!
แถมจะไปสายอีกต่างหาก!
อุตส่าห์ลงทุนตื่นมาต้อนรับวันสำคัญตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ดันเสียเวลาลองชุดนักเรียน แล้วก็ดื่มชาระงับความตื่นเต้นหลายแก้วไปหน่อย...สรุปว่าออกจากบ้านเร็วกว่าปกติแค่สิบนาทีเท่านั้นเอง ถ้าไม่รีบไปมีหวังสายแน่!

นางิสะ เริ่มต้นก้าวแรกของชีวิตนักเรียนมัธยมปลายในชุดเครื่องแบบแสนสวยของเซนต์มิทเธอร์ โรงเรียน
สตรีชื่อดังซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน กระโปรงเนื้อผ้าบางเบาขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะทุกครั้งที่สาว
น้อยผู้ร่าเริงก้าวเดิน
ตลอด 15 ปี ที่ผ่านมา นางิสะ ไม่เคยมีโอกาสสวมกระโปรงยาวคลุมเข่าแบบนี้มาก่อน เด็กสาวจึงไม่รู้มาก
ก่อนว่าการเดินกึ่งกระโดดที่ทำจนติดเป็นนิสัยนั้น ส่งผลให้กระโปรงยาวเนื้อผ้าบางเบาบานพลิ้วได้มากขนาด
นี้

สงสัยต้องหัดเดินให้เรียบร้อยกว่านี้แล้วเรา...

สาวน้อยก้มลงมองชายกระโปรงสีขาวนวลก่อนพึมพำกับตัวเองเบาๆ
นางิสะ ก้าวเดินอย่างมั่นใจเพื่อมุ่งหน้าไปยังเซนต์มิทเธอร์ โรงเรียนแห่งใหม่ และ วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะ
ได้เข้าไปใช้ชีวิตในฐานะสมาชิกใหม่

ชิซึมะ มองย้อนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของเนินเขา หลังเดินลงมาสู่บริเวณพื้นราบแล้ว
เนินแอสเทรีย
โรงเรียนสตรีเซนต์เมียเธอร์ถูกสร้างขึ้นจากโบสถ์เก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่ครั้งอดีต

ปัจจุบัน นอกจากเซนต์มิทเธอร์แล้ว ยังมีโรงเรียนสตรีอีกสองแห่งถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ห่างออกไปไม่มาก
เท่าไรนัก เซนต์สไปก้า และ เซนต์ เลอลิม คือชื่อของโรงเรียนพี่น้องทั้งสองโรงเรียนซึ่งมีชื่อเสียงไม่น้อยไป
กว่าเซนต์มิทเธอร์เลยทีเดียว

เมื่อมองจากด้านล่างแล้วทำให้รู้สึกว่าสีเขียวสะอาดตาของเนินเขาสูงตระหง่านนั้น ช่างตัดกับสีสันสดใสของขอบฟ้าได้อย่างลงตัวเสียเหลือเกิน

เด็กคนนั้น...จะเดินกลับคนเดียวได้หรือเปล่า?
หวังว่าคงหยุดร้องไห้แล้วนะ

ชิซึมะ ปล่อยใจให้คิดถึงเจ้าของร่างบอบบาง

ไม่นะ...เราจะทำแบบนี้ไม่ได้

ร่างสูงโปร่งส่ายใบหน้างดงามไปมา
ชิซึมะ รู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะตนเองไม่สามารถทำใจให้คบกับใครได้นานเกินกว่าหนึ่งเดือน ทำ
ให้เด็กสาวเหล่านั้นต้องเสียน้ำตาด้วยหัวใจแหลกสลาย นั่นหมายความว่า ชิซึมะ ไม่ควรได้รับสิทธิ์ในการเป็น
กังวลกับความรู้สึกของเธอเหล่านั้นด้วยซ้ำ

ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ...
ทั้งๆ ที่รักมากขนาดนี้...
แต่กลับไม่สามารถรักษาความรู้สึกที่ร้อนแรงเอาไว้ได้...
ถึงแม้การคบกัน โดยปราศจากความรู้สึกร้อนแรงนั้นจะเป็นเรื่องไม่ยากเย็นอะไร...
แต่ถ้าทำแบบนั้น ก็เท่ากับเป็นการไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกที่จริงจังของอีกฝ่าย...
ทำให้เธอคนนั้นต้องเจ็บปวด
ถ้ารักใครสักคนไม่ได้เท่าที่เขารัก...ก็ควรถอยห่างออกมาจากชีวิตของคนๆ นั้นเสียดีกว่า...

ความเจ็บแปลบอย่างไม่มีสาเหตุแล่นเข้าสู่หัวใจของชิซึมะอีกครั้ง

ถ้ารักใครสักคนไม่ได้เท่าที่เขารัก...ก็ควรถอยห่างออกมาจากชีวิตของคนๆ นั้นเสียดีกว่า...
แล้วเด็กคนนั้นล่ะ...

ชิซึมะ ตั้งคำถามกับหัวใจของตัวเอง

แล้วเด็กคนนั้นล่ะ...เหมือนกับคนอื่นๆ หรือเปล่า...?
สาวน้อยแสนไร้เดียงสาผู้ต้องจากที่นี่ไปด้วยความไม่เต็มใจ...
สิ่งที่ทำให้เรายังคงคิดถึงเด็กคนนั้นอยู่ตลอดเวลาคือ ความรู้สึกผิด?
หรือว่า...
...
หรือว่า...เราเริ่มแก่แล้วกันแน่...

ชิซึมะ พยายามแค่นหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง

หนาวจัง...
นี่หรือที่เขาเรียกกันว่าท้องฟ้ามืดครึ้มท่ามกลางวันดอกซากุระบาน?
รู้สึกเหมือนลมเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อสักครู่นี้แล้ว...

กิ่งก้านของต้นซึมิเระ ซึ่งผลิดอกงดงามอยู่บนเนินแอสเทรีย กำลังอ่อนไหวไปตามแรงลม

แบบนี้คงต้องรีบกลับบ้านสตรอเบอร์รี่เสียที...

ชิซึมะ ห่อไหล่เล็กน้อย ก่อนตัดสินใจเดินอ้อมเนินแอสเทรีย และ มุ่งหน้าไปในทิศทางตรงกันข้าม
ซ่า...
ชิซึมะ ก้าวเดินอย่างมั่นใจโดยไม่ใส่ใจต่อกระแสลมแรงแต่อย่างใด
ตอนนี้หญิงสาวต้องการกลับไปยังหอพัก ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของเนินแอสเทรียโดยเร็วที่สุด

ยังไม่อยากให้มีใครรู้เรื่องที่เราเพิ่งบอกเลิกกับสาวน้อยน่ารักคนนั้นตอนนี้เลย...

ชิซึมะ นึกถึงบรรยากาศภายในซาลอน แหล่งรวมของบรรดานักเรียนผู้อาศัยอยู่ในหอพักของโรงเรียน
เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ สมาชิกส่วนใหญ่ของหอพักคงกำลัง
สนุกสนานกับการดื่มน้ำชา และ ลิ้มรสของว่างแสนอร่อย
ชิซึมะ รู้ดีว่ามีเด็กสาวจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอการปรากฏตัวของตนเอง ฉะนั้น การที่เธอไม่อยู่ที่ซาลอนใน
วันนี้จึงถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งสำหรับผู้เฝ้ารอ
เนื่องจากกฎระเบียบอันเข้มงวดของโรงเรียนสตรีเซนต์มิทเธอร์นั้น ไม่เอื้ออำนวยให้บรรดารุ่นน้องสามารถ
เข้าใกล้นักเรียนชั้นปีสูงสุดของโรงเรียนได้มากนัก ดังนั้น การได้พบกับ ชิซึมะ ภายในซาลอนของหอพักจึง
ถือเป็นโอกาสอันน้อยนิดในการใกล้ชิดกับรุ่นพี่ผู้เป็นที่หมายปองของทุกคน
ถึงแม้จะรู้ดีว่าไม่มีใครมีโอกาสสานความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ ชิซึมะ ได้นานไปกว่าหนึ่งเดือน แต่ยังคงมี
รุ่นน้องจำนวนมากเฝ้ารอการอยู่เคียงข้างรุ่นพี่ผู้น่าหลงใหล แม้เพียงระยะเวลาอันสั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็
เพราะ ผู้ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับชิซึมะ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเธอมีความสุขมากตลอดเวลาที่ได้อยู่
ร่วมกับชิซึมะ และ อยากเก็บความทรงจำแสนงดงามเหล่านั้นเอาไว้เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต...

นั่นเป็นเหตุผลที่ ชิซึมะ ยังคงเป็นที่หมายปองจากบรรดารุ่นน้องอยู่เสมอ...
มีเด็กสาวมากมายใฝ่ฝันจะได้อยู่ในอ้อมกอดของรุ่นพี่ผู้เข้มแข็ง เฉลียวฉลาด รุนแรง แต่แฝงไปด้วยความ
งดงาม และ พร้อมที่จะยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างของหญิงสาวอันเป็นที่รัก...
พวกเธอรู้สึกว่าน่าหลงใหลกว่าการต้องใกล้ชิดกับชายหนุ่มผู้ปราศจากความน่าสนใจมากมายนัก

ไม่อยากให้สาวน้อยแสนบริสุทธิ์คนนั้นต้องชอกช้ำกับการตกเป็นเป้านินทาของคนอื่นๆ ในซาลอนเลย...

ชิซึมะ รู้สึกผิดอยู่บ้างในการกระทำของตน
เฮ้อ...
เจ้าของใบหน้างดงามถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ก่อนก้มลงมองบริเวณปลายเท้าของตน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง...
ขอโทษนะคะ! หอพักสตรอเบอร์รี่ไปทางนี้หรือเปล่าคะ?
ชิซึมะ เงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงของสาวน้อยดังขึ้นจากเบื้องหน้า
...เด็กสาวในชุดเครื่องแบบนักเรียนของเซนต์มิทเธอร์ กับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หนึ่งใบ...

เธอเป็นใคร...
ชิซึมะ ถามขึ้นด้วยความไม่คุ้นหน้าเด็กสาวมาก่อน
นักเรียนใหม่ที่จะเข้าเรียนในชั้นปีที่ 4 ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ค่ะ! แล้วพอดีว่าต้องย้ายเข้าหอพักสตรอเบอร์รี่วันนี้
ด้วยน่ะค่ะ...

อ้อ...ถ้าจำไม่ผิดเมื่อวานมีคนเอามาเล่าให้ฟังแล้วนี่นา...

ชิซึมะ จ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความสนใจ

อืม...มัดผมสูงๆ แบบนี้ก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน...ท่าทางบ้านสตรอเบอร์รี่ของเราจะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ผู้
ร่าเริงเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วสินะ

รอยยิ้มแสนสดใสราวกับแสงอาทิตย์ ทำให้ชิซึมะ อดส่งยิ้มคืนให้กับเจ้าของรอยยิ้มไม่ได้...