ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ จะรู้จัก Strawberry Panic กันบ้างมั้ย
วันนี้ในบล็อกของ AKIBA ก็ขอนำ StrawberryPanic
ตอนที่ 1เวอร์ชั่นนิยาย มาให้เพื่อนๆ ได้ทดลองอ่านกันคะ
งั้นไปลองอ่านดูกันนะคะ ขอบคุณค่ะ *-*
.
.
Strawberry Panic
บทที่ 1
วันที่หนึ่ง
เทพธิดาผู้งดงามกำลังล่าเหยื่อแสนเสน่หาท่ามกลางกลุ่มหมอกสีซากุระ
พลิ้ว...พลิ้ว...พลิ้ว...
สายลมแผ่วเบาพัดพากลีบบางเบาของดอกซากุระปกคลุมไปจนทั่วบริเวณ
เงาร่างสองร่าง ถูกโอบล้อมด้วยสีเขียวงดงามของเนินเขา ภายใต้ซากุระต้นใหญ่ผลิดอกบานสะพรั่ง ราว
กับอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆหมอกสีชมพูอันแสนอ่อนโยน
ถึงเวลาที่เราต้องจากกันแล้วสินะ...
รุ่นพี่คะ...แต่ว่าชั้นยัง...
พลิ้ว...พลิ้ว...พลิ้ว...
กลีบดอกซากุระร่วงหล่นจากต้นอีกครั้ง เมื่อสายลมแผ่วเบาพัดผ่านไป
แต่ว่าชั้นยังไม่อยากจากรุ่นพี่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ...
ร่างสูงโปร่ง และ ร่างบอบบาง ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมอกจางสีซากุระ
อย่าพูดแบบนี้อีกนะ...
เจ้าของร่างสูงโปร่งโน้มตัวเข้าไปใกล้ร่างเล็กบอบบางมากขึ้น
มันไม่ดี...
ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสอย่างแผ่วเบากับริมฝีปากสวยได้รูป
ค่ะ...ค่ะ...ขอโทษนะคะ
สาวน้อยเจ้าของร่างบาง ใช้ผ้าเช็ดหน้าเปียกชุ่มซับน้ำซึ่งยังคงไหลอย่างไม่ขาดสาย ถึงแม้จะรู้ดีว่าผ้า
ผืนเล็กเปื้อนคราบน้ำตานั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก
จะบอกอะไรให้นะ...
ร่างสูงโปร่งใช้มือขาวเนียนเกาะกุมมือเล็กๆ ซึ่งกำลังใช้ซับน้ำตาของเด็กสาวเอาไว้แน่น
บ่าเล็กๆ ของร่างบอบบางขยับขึ้นลงตามแรงสะอื้น
เธอนี่ร้องไห้เก่งจริงๆ เลย...ดูสิ เช็ดแรงแบบนี้ดี เดี๋ยวตาบวมกันหมดพอดี
ปลายนิ้วเรียวยาวเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ ลากผ่านเปลือกตาของเด็กสาว อย่างไรก็ตาม การกระทำ
ดังกล่าว กลับทำให้ร่างบอบบางสั่นไหวมากกว่าเดิม
พลิ้ว...พลิ้ว...พลิ้ว...
กลีบดอกบางเบาของซากุระ ถูกสายลมพัดพาให้โปรยปรายลงมาอีกครั้ง
ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูของเด็กสาวลอยเด่นท่ามกลางบรรยากาศสีขาวบริสุทธิ์
เจ้าของร่างสูงโปร่งได้แต่คิดในใจว่า อีกไม่นานเด็กสาวผู้หมดจดเหมาะกับชุดเครื่องแบบคนนี้ คงเติบโต
ขึ้นเป็นหญิงสาวแสนงดงาม
ชั้นต้องการเธอ...เหลือเกิน...
อา...ทนไม่ไหวแล้ว...
ร่างสูงโปร่งอ้าแขนทั้งสองข้าง หวังจะดึงร่างบางน่าทะนุถนอมเข้ามาไว้แนบอก แต่การกระทำดังกล่าว
กลับหยุดชะงัก เมื่อฉุกคิดขึ้นได้ว่า
ทำแบบนี้ไม่ได้...จะกอดเด็กคนนี้ไม่ได้อีกแล้ว...ไม่อย่างนั้น คงตัดใจได้ยาก...เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้าย
แล้วที่จะได้พบกัน...
แขนขาวเนียนถูกลดระดับลงต่ำ ก่อนที่มือทั้งสองจะถูกวางบนไหล่เล็กๆ แสนบอบบาง
ดอกเดซี่ที่น่ารัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรามีความสุขมากใช่ไหม...เธอไม่ต่างอะไรกับเทพธิดาตัวน้อยของ
ชั้น อยากให้เข้าใจนะว่า ชั้นเองก็รู้สึกเจ็บปวดที่ต้องปล่อยเธอผู้แสนน่ารักให้หลุดมือไป...
เอาล่ะ...
เสียงจากริมฝีปากบางทำให้เจ้าของร่างเล็กเงยหน้าขึ้นอย่างเศร้าสร้อย
ความหวังอันน้อยนิด ทำให้น้ำตาที่หลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำเหือดหายไปจนหมดสิ้น
เจ้าของร่างสูงเพ่งมองใบหน้าสวยได้รูปซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนส่ายศีรษะไปมา
ท่ามกลางกลุ่มหมอกสีซากุระใต้ท้องฟ้าสีคราม
เธอน่าจะรู้จักชั้นดีไม่ใช่หรือ...
รอยยิ้มอ่อนโยนระบายไปทั่วใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา
ค่ะ...ค่ะ...
แม้จะเป็นเรื่องที่เคยรับรู้มาก่อนแล้วล่วงหน้า แต่หยาดน้ำตายังคงไหลพร่างพรูอาบแก้มใสจนดูมัวหมอง
เอาล่ะ...หยุดร้องไห้เสียที...
ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามร่องแก้มเนียนเพื่อซับน้ำตา แต่เจ้าของร่างบอบบางกลับสะอึกสะอื้นอย่างไม่หยุด
หย่อน
รู้หรือเปล่าว่า...พอเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้...มันทำให้ชั้นรู้สึกหดหู่ไปด้วย...
ฮานาโซโนะ ชิซึมะ พูดพร้อมโอบกอดร่างบางอย่างเบามือ
ถึงแม้เป็นฝ่ายเลือกที่จะบอกลา แต่หญิงสาวกลับรู้สึกแย่พอสมควร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์
เช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ดอกเดซี่ที่น่ารักบอบบางน่าทะนุถนอม...เธอไม่ต่างอะไรกับสมบัติแสนล้ำค่าของชั้น ทั้งๆ ที่หวังว่าจะได้
อยู่เคียงข้างกันตลอดไป...แต่วันเวลาที่ผ่านไปช่างโหดร้ายเหลือเกิน...โหดร้ายจนทำให้ชั้นต้องเผชิญหน้า
กับสถานการณ์น่าอึดอัดนี้อีกครั้ง...
ทั้งๆ ที่คิดว่าเธอจะสามารถฉุดรั้งหัวใจแสนโลเลของชั้นเอาไว้ได้...
ชิซึมะ เงยหน้าขึ้นมองท้องท้องฟ้าสีครามก่อนลอบถอนใจเบาๆ
นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเซนต์มิทเธอร์แห่งนี้แล้วนะ ที่เราต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์
แบบนี้...
โรงเรียนสตรีเซนต์มิทเธอร์ สถาบันการศึกษาชื่อดัง แหล่งรวมของเด็กสาวจากตระกูลมีชื่อเสียง ทำให้
นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กสาวผู้มีชาติตระกูลสูง รูปร่างหน้าตางดงาม เฉลียวฉลาด กริยามารยาทเรียบร้อย
แฝงไปด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์งดงาม มีความเคารพนอบน้อมต่อผู้อาวุโส รวมทั้ง ศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระผู้
เป็นเจ้า ซึ่งอาจหาแทบไม่ได้อีกแล้วในสังคมยุคปัจจุบัน
แล้วแบบนี้จะไม่ให้เปลี่ยนใจบ่อยๆ ได้อย่างไร...
ชิซึมะ ผู้เข้าเรียนในเซนต์มิทเธอร์ตั้งแต่ชั้นอนุบาล เริ่มได้รับการจับตามองจากทั้งรุ่นพี่ และ รุ่นน้องภาย
ในโรงเรียน หลังเลื่อนชั้นขึ้นเรียนในระดับมัธยมต้นได้ไม่นาน
ถึงแม้การเป็นบุตรสาวของตระกูลชื่อดัง และ ร่ำรวย จะเป็นเรื่องปกติสำหรับนักเรียนของเซนต์มิทเธอร์ แต่
สิ่งที่ทำให้ชิซึมะ ดูโดดเด่นแตกต่างจากนักเรียนคนอื่นๆ คือ นอกจากจะมีตำแหน่งบุตรสาวคนโตของตระกูล
ฮานาโซโนะ เจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ กุมอำนาจทางการเมืองของประเทศอย่างลับๆ เป็นประกันแล้ว ชิซึมะ
ยังมีรูปร่างหน้าตางดงามชวนมอง รวมทั้ง สติปัญญาฉลาดหลักแหลม และ เก่งไปเสียทุกด้าน
เรือนผมยาวสลวยเงางามเป็นประกาย ผิวขาวนวลเนียนราวกับกระเบื้องเคลือบล้ำค่า ร่างกายสูงโปร่งรับ
กับแขนขาเรียวยาวสมส่วน...
ไม่เพียงแต่เป็นนักกีฬากระโดดสูง รวมไปถึง วิ่งผลัดประจำชมรมกรีฑาเท่านั้น แต่ชิซึมะยังมีผลการเรียน
ยอดเยี่ยมจนถูกจัดอยู่ใน 100 อันดับ ของนักเรียนที่เข้าสอบเอนทรานซ์ทั่วประเทศอีกด้วย
จมูกโด่งได้รูป ปลายคางแหลม แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดแม้ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ถึงแม้จะมีขน
ตางอนงาม แต่นั่นไม่สามารถปิดบังความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งปรากฏอยู่ภายในประกายตาของ
หญิงสาวได้แต่อย่างใด
ทุกคนที่มีโอกาสได้พบกับหญิงสาวงดงามผู้นี้ มักให้ความเห็นตรงกันว่าเธอไม่แตกต่างกับตุ๊กตากระเบื้อง
เคลือบราคาแพงจากต่างประเทศ
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เปี่ยมไปด้วยความงามราวกับดอกกุหลาบบานสะพรั่ง...
เป็นคำชมซึ่ง ชิซึมะ ผู้ฉลาดหลักแหลม และ เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ รู้สึกคุ้นเคยเป็น
อย่างดีมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย
ชิซึมะ ไม่เคยรู้สึกประหลาดใจกับทั้งคำเชิญชวนไปร่วมดื่มน้ำชาจากรุ่นพี่ รวมทั้ง สายตาเปี่ยมไปด้วย
ความหลงใหลจากรุ่นน้องที่พร่างพรูเข้ามาหาอย่างไม่ขาดสาย ในทางตรงกันข้าม หญิงสาวกลับตอบรับทุก
คำเชิญชวนด้วยรอยยิ้มแสนหวาน ทุกครั้งที่รู้ว่าความรู้สึกหลงใหลจากเด็กสาวรุ่นน้องทวีความรุนแรงขึ้นจน
กลายเป็นความรัก ชิซึมะ ยินดีตอบรับความรู้สึกแสนไร้เดียงสาของพวกเธอเหล่านั้นอยู่เสมอ...เมื่อรู้สึกตัวอีก
ครั้ง หญิงสาวจึงตกอยู่ในวังวนของความรักต้องห้ามอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
ความรักในหมู่เด็กสาวไม่แตกต่างอะไรกับกลิ่นหอมหวานชวนหลงใหลของลูกพีช ความรู้สึกจากการ
สัมผัสผิวขาวนวลเนียนนั้นช่างแปลกประหลาด จนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคือ ความหลงใหล หรือ ความ
ปรารถนาอย่างรุนแรงกันแน่
เมื่อความรู้สึกนี้แผ่ซ่านเข้าไปในจิตใจ ความต้องการครอบครองบุคคลอันเป็นที่รักเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
นั้นจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถควบคุมได้
ไม่อยากห่างจากเธอแม้แต่เพียงเสี้ยววินาที...
อยากอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป...
จะไม่ยอมให้คนอื่นเข้ามาอยู่ในสายตาของคนสำคัญอย่างเธอโดยเด็ดขาด...
ชิซึมะ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าความรู้สึกเหนือความควบคุมราวกับการควบม้าพยศเหล่านี้ จะเกิดขึ้นกับเธอ ผู้
มีความสามารถรอบด้าน และ ควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามความต้องการของตนได้อยู่
เสมอ
บัดนี้ ชิซึมะ กลับกลายเป็นผู้ดำดิ่งลงสู่วังวนแห่งความรู้สึกอันบ้าคลั่งนั้นเสียเอง ยิ่งไปกว่านั้น...
ตั้งแต่เลื่อนชั้นเข้าสู่ระดับมัธยมปลาย ชิซึมะ เริ่มเปลี่ยนคนรักบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
หรือเป็นเพราะเริ่มเคยชินกับความรู้สึกเร่าร้อนเหล่านี้แล้ว...ไม่สิ...ไม่ใช่แน่ๆ
มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
ไม่ว่าจะอยู่กับใคร ไม่ว่าจะทำอะไร มักจะรู้สึกอยู่เสมอว่า...
ภายในส่วนลึกหัวใจยังคงมีช่องว่างเล็กๆ ที่ไม่สามารถเติมเต็มได้หลงเหลืออยู่...
หรือจะเป็นเพราะเด็กคนนั้น...
ชั่วครู่หนึ่ง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้าสู่ภายใจจิตใจของหญิงสาว
อย่างไรก็ตาม ชิซึมะ พยายามหักห้ามความรู้สึกโหยหาความทรงจำแห่งฤดูใบไม้ร่วงแสนสวยงาม และ
ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะให้สิ่งนั้นเป็นเพียงอดีตซึ่งได้ผ่านพ้นไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ
สักวันหนึ่ง ต้องมีใครสักคนมาช่วยเติมเต็มช่องว่างภายในหัวใจดวงนี้ได้อย่างแน่นอน...
เด็กสาวเงยหน้าขึ้น
เมื่อรู้สึกว่าชิซึมะนิ่งเงียบไปเป็นเวลานาน
น้ำตาที่พร่างพรูออกมาอย่างไม่ขาดสายนั้น บัดนี้ได้เหือดแห้งไปจนหมดสิ้น
คงเหลือไว้แต่สีหน้าเด็ดเดี่ยว
เท่านี้ก็มากพอสำหรับคนอย่างชั้นแล้วล่ะค่ะ...ความสุขที่ได้รับจากรุ่นพี่มันแทบจะมากไปด้วยซ้ำ...
เสียงพูดของเด็กสาวสั่นเล็กน้อยในช่วงท้ายของประโยค
พลิ้ว....
สายลมเยือกเย็นพัดผ่านพวงแก้มที่แปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
ขอบคุณมากนะ...เด็กดีของชั้น...
ความรู้สึกเศร้าอย่างประหลาด ทำให้ชิซึมะจ้องมองใบหน้าไร้เดียงสา แล้วตัดสินใจใช้ฝ่ามือทั้งสองข้าง
สัมผัสกับแก้มเนียนใส
นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว...
ภาพสะท้อนของชิซึมะภายในดวงตากลมโตค่อยๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก่อนที่เด็กสาวจะหลับตาลงอย่าง
ช้าๆ
เงาร่างทั้งสองท่ามกลางกลุ่มเมฆสีซากุระค่อยๆ รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
พลิ้ว...
ชายกระโปรงของชิซึมะพลิ้วไหวไปตามแรงลม
รุ่นพี่...ไปก่อนเถอะค่ะ
สายตาเป็นกังวลของชิซึมะ ส่งผลให้เจ้าของร่างบอบบางหลังตาลง ประสานมือเรียวเล็กทั้งสองข้างไว้บน
หน้าอก และ พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
ชั้นจะอยู่...ดูซากุระที่นี่อีกสักพักค่ะ...หลังจากนั้น ค่อยกล่าวคำอำลา...
เด็กสาวลืมตาขึ้น พยายามยิ้มอย่างสดใส
...เป็นครั้งสุดท้ายกับความทรงจำร่วมกับรุ่นพี่ชิซึมะค่ะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ชั้นจะกลับไป
เป็นรุ่นน้องที่ดีเหมือนเดิมค่ะ แต่ว่า...
หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินจากดวงตากลมโตอีกครั้ง
แต่ว่า...ให้ชั้นเก็บความทรงจำ...เอาไว้ในใจตลอดไปได้ใช่ไหมคะ? เพราะมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดใน
ชีวิตของชั้น...
ชิซึมะ นิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนยิ้มบางๆ ให้เด็กสาว
ได้สิ แน่นอนอยู่แล้ว
ร่างสูงโปร่งหันหลังให้กับอดีตคนรัก แล้วเดินลงจากเนินไปเพียงลำพังโดยไม่หันกลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง
ดอกเดซี่ของชั้น...คนที่ชั้นเคยรัก...ต่อจากนี้คงไม่มีใครมาแทนที่เธอได้...
ซ่า...
สายลมแรงพัดพาดอกซากุระร่วงหล่นจากต้น...
บัดนี้พายุหิมะสีชมพูจางได้พรากเอาร่างสูงโปร่งของชิซึมะ ไปจากสายตาของเด็กสาวเสียแล้ว
ซากุระที่น่าสงสาร...ถึงแม้ความบางเบา และ พลิ้วไหว ของเจ้าจะเพิ่มความงดงามให้กับทุกสรรพสิ่ง แต่
ตัวของเจ้าเองกลับมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น...
กุหลาบโคเดมาริสีขาวบริสุทธิ์เรียงรายอยู่ตามริมรั้ว กำลังผลิบานล้อเล่นกับแสงอาทิตย์อบอุ่น แสง
สะท้อนสีเงินทอประกาย ทำให้รั้วธรรมดาๆ ดูงดงามขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
ว้าว...ดอกไม้น่ารักจังเลย
สาวน้อยผู้ร่าเริงอุทานด้วยความตื่นเต้น ก่อนเอื้อมมือไปสัมผัสกับกุหลาบโคเดมาริดอกเล็กน่าทะนุถนอมบนรั้วยาวสุดลูกหูลูกตา
โคเดมาริดอกน้อยสั่นไหวอย่างเริงร่าตอบรับสัมผัสจากปลายนิ้วเรียว ก่อนเริ่มโปรยกลีบดอกเล็กๆ สีขาว
บริสุทธิ์ลงสู่พื้นดินอย่างอ่อนโยน
เหมือนหิมะอุ่นๆ เลย...
เจ้าของเสียงใสพูดขึ้นเมื่อพบว่า กลีบดอกบางเบาของกุหลาบโคเดมาริซึ่งร่วงหล่นอยู่รอบบริเวณปลาย
เท้าของตนนั้นดูไม่แตกต่างจากเกล็ดหิมะเลยแม้แต่น้อย
ซ่า...
เสียงจากลมหมุนขนาดเล็กดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
พลิ้ว...
กิ่งก้านบอบบางของต้นโคเดมาริสั่นไหวไปตามแรงลม...เกล็ดหิมะส่องประกายสีเงินงดงามค่อยๆ โปรย
ปรายลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบา
น่ารักจัง...ดอกอะไรก็ไม่รู้...
ถึงแม้ไม่รู้จักชื่อแสนไพเราะของดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนประกายแสงแดดระยิบระยับ แต่บรรยากาศ
สดใสของวันอันแสนสวยงามนั้น ช่วยให้ อาโออิ นางิสะ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความ
กังวล เริ่มรู้สึกว่าต่อจากนี้คงมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิต
ที่โรงเรียนแห่งใหม่ต้องมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำเยอะแยะแน่เลย...
ตั้งแต่ได้ยินว่าเป็นโรงเรียนของบรรดาคุณหนูลูกผู้ดี...ก็รู้สึกกังวลมาตลอด แต่ว่า คงไม่เป็นไรหรอกน่า...
ถ้าได้ไปเริ่มเทอมใหม่ในวันที่รู้สึกดีแบบนี้...แถมอากาศยังเป็นใจอีกต่างหาก
ชุดนักเรียนใหม่น่ารักมากๆ ถึงตอนแรกจะไม่กล้าใส่ เพราะ รู้สึกว่าทำให้ดูเป็นสาวเกินตัว แต่พอลองใส่ดู
แล้ว กลับเหมาะกับนางิสะคนนี้อย่างไม่น่าเชื่อ...
...ใช่มั้ย
ทันทีที่สวมเครื่องแบบนักเรียนชุดใหม่ และ ก้าวไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่...นางิสะ รู้สึกราวกับกำลังจ้อง
มองเด็กสาวคนอื่นจากอีกด้านหนึ่งของกระจก
เส้นผมสลวยสีอ่อนถูกรวบเข้าหากันด้วยความตั้งใจมากกว่าทุกวัน
...มากจนทำให้ตำแหน่งของหางม้าซึ่งพลิ้วไหวไปตามการก้าวเดินนั้นดูออกจะสูงกว่าปกติด้วยซ้ำไป
เครื่องแบบนักเรียนสไตล์คลาสสิกถูกตัดเย็บอย่างประณีตบรรจง ชุดกระโปรงแบบติดกันทำจากผ้าขนสัตว์
เนื้อดีสีเทาเข้มยาวคลุมเข่า ถูกสวมทับบนกระโปรงเนื้อผ้าบางเบาสีขาวนวล ปลายแขนแบบระบายลูกไม้ และ เนกไทแบบสั้นสีเขียวเข้มซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียนช่วยส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดูเรียบร้อย แต่มีเสน่ห์ชวนมอง
ไม่เว้นแม้แต่ นางิสะ สาวน้อยวัย 15 ปี ผู้มีส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในช่วงเวลาหกเดือนที่ผ่านมา
แม้จะมีใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าเด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่นางิสะมั่นใจอยู่เสมอว่า ตนเองมีรอยยิ้ม
แสนสดใสไม่เป็นรองใคร
ขอชมตัวเองหน่อยเถอะ...คนอะไร ยิ้มสวยไม่มีที่ติได้ทุกวัน!
นางิสะ ยิ้มให้กับตัวเองในกระจกอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงานั้นคือ รอยยิ้มของเด็กสาวไร้เดียงสาผู้รู้จักเพียงแค่รสชาติของ
ขนมหวาน ไม่ใช่ความรู้สึกปวดร้าว และ ขมขื่นจากการรู้จักคำว่า รัก แต่อย่างใด
ที่มีคนบอกอยู่บ่อยๆ ว่าหน้าเหมือน ทานุกิตัวน้อย ต้องเป็นเพราะเจ้าตาโตกลมดิกนี่แน่ๆ เลยทำให้ดู
เป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตเสียที!?
นางิสะใช้ปลายนิ้วเรียวเล็กสัมผัสบริเวณหางตาแล้วดึงขึ้นเบาๆ
ว้าย... หน้าตาประหลาด!
ฮิ ฮิ ฮิ
หัวเราะคนเดียวก็เป็นด้วย
รู้สึกว่าใส่ชุดนักเรียนใหม่แล้วสวยกว่าเดิมเป็นกอง
นึกไม่ถึงเลยว่าพอขึ้น ม.ปลาย แล้วตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากขนาดนี้
นี่...นางิสะ...เธอจะไม่ขี้ตู่ไปหน่อยเหรอ?
นางิสะ ยิ้มเขินๆ ให้กับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก
ใช่เลย! วันนี้ต้องเป็นวันของเราแน่ๆ
นางิสะ พูดกับตนเองขณะเงยหน้ามองกลีบดอกสีขาวบริสุทธิ์ของดอกโคเดมาริ สะท้อนประกายงดงาม
จากแสงอาทิตย์
เครื่องแบบใหม่ โรงเรียนใหม่...ถึงจะเป็นโรงเรียนสุดหรูที่ไม่ค่อยเข้ากับนางิสะเท่าไหร่ก็เถอะ...แต่ว่า...
ถ้าลองส่งดอกไม้น่ารักๆ พวกนี้มาต้อนรับแล้วล่ะก็หมายความว่า พระผู้เป็นเจ้าต้องไม่ได้เกลียดนางิสะ
แน่ๆ...
ถึงจะไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับพระองค์เท่าไหร่
แต่แสงแดดอบอุ่น ดอกไม้ดอกเล็กน่ารักสีขาวบริสุทธิ์ กับความรู้สึกร่าเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแบบนี้
น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีแล้วว่า...พระองค์กำลังเอาใจช่วยนางิสะอยู่!
พยายามเข้านะ ถ้าเจ้าเกิดทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา ข้าจะเป็นคนช่วยเอง อย่ามัวแต่กังวลใจกับเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ ใช้ความร่าเริงของเจ้าเอาชนะทุกอย่างให้ได้
พระองค์ต้องกำลังบอกกับนางิสะแบบนี้แน่ๆ
อืม ต้องใช่แน่ๆ!
ใช่แล้ว ก็วันนี้...เป็นวันที่นางิสะจะได้พบกับอะไรใหม่ๆ นี่นา
พระผู้เป็นเจ้าต้องคอยให้กำลังใจนางิสะอยู่แน่ๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...
แต่รู้สึกว่าเรื่องสนุกๆ มากมายกำลังรอนางิสะอยู่ข้างหน้า...
สาวน้อยแสนสดใสใช้ปลายนิ้วไล้เบาๆ บนปกเสื้อผ้าลูกไม้ ก่อนหมุนตัวอย่างแรงด้วยความลืมตัวจนต้อง
ใช้แขนทั้งสองกดลงบนกระโปรงผ้าขนสัตว์เนื้อดีซึ่งกำลังบานพลิ้วด้วยแรงหมุน
ว้าย เดี๋ยวคนอื่นได้เห็นกางเกงในกันหมดพอดี!
แถมจะไปสายอีกต่างหาก!
อุตส่าห์ลงทุนตื่นมาต้อนรับวันสำคัญตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ดันเสียเวลาลองชุดนักเรียน แล้วก็ดื่มชาระงับความตื่นเต้นหลายแก้วไปหน่อย...สรุปว่าออกจากบ้านเร็วกว่าปกติแค่สิบนาทีเท่านั้นเอง ถ้าไม่รีบไปมีหวังสายแน่!
นางิสะ เริ่มต้นก้าวแรกของชีวิตนักเรียนมัธยมปลายในชุดเครื่องแบบแสนสวยของเซนต์มิทเธอร์ โรงเรียน
สตรีชื่อดังซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน กระโปรงเนื้อผ้าบางเบาขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะทุกครั้งที่สาว
น้อยผู้ร่าเริงก้าวเดิน
ตลอด 15 ปี ที่ผ่านมา นางิสะ ไม่เคยมีโอกาสสวมกระโปรงยาวคลุมเข่าแบบนี้มาก่อน เด็กสาวจึงไม่รู้มาก
ก่อนว่าการเดินกึ่งกระโดดที่ทำจนติดเป็นนิสัยนั้น ส่งผลให้กระโปรงยาวเนื้อผ้าบางเบาบานพลิ้วได้มากขนาด
นี้
สงสัยต้องหัดเดินให้เรียบร้อยกว่านี้แล้วเรา...
สาวน้อยก้มลงมองชายกระโปรงสีขาวนวลก่อนพึมพำกับตัวเองเบาๆ
นางิสะ ก้าวเดินอย่างมั่นใจเพื่อมุ่งหน้าไปยังเซนต์มิทเธอร์ โรงเรียนแห่งใหม่ และ วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะ
ได้เข้าไปใช้ชีวิตในฐานะสมาชิกใหม่
ชิซึมะ มองย้อนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของเนินเขา หลังเดินลงมาสู่บริเวณพื้นราบแล้ว
เนินแอสเทรีย
โรงเรียนสตรีเซนต์เมียเธอร์ถูกสร้างขึ้นจากโบสถ์เก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่ครั้งอดีต
ปัจจุบัน นอกจากเซนต์มิทเธอร์แล้ว ยังมีโรงเรียนสตรีอีกสองแห่งถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ห่างออกไปไม่มาก
เท่าไรนัก เซนต์สไปก้า และ เซนต์ เลอลิม คือชื่อของโรงเรียนพี่น้องทั้งสองโรงเรียนซึ่งมีชื่อเสียงไม่น้อยไป
กว่าเซนต์มิทเธอร์เลยทีเดียว
เมื่อมองจากด้านล่างแล้วทำให้รู้สึกว่าสีเขียวสะอาดตาของเนินเขาสูงตระหง่านนั้น ช่างตัดกับสีสันสดใสของขอบฟ้าได้อย่างลงตัวเสียเหลือเกิน
เด็กคนนั้น...จะเดินกลับคนเดียวได้หรือเปล่า?
หวังว่าคงหยุดร้องไห้แล้วนะ
ชิซึมะ ปล่อยใจให้คิดถึงเจ้าของร่างบอบบาง
ไม่นะ...เราจะทำแบบนี้ไม่ได้
ร่างสูงโปร่งส่ายใบหน้างดงามไปมา
ชิซึมะ รู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะตนเองไม่สามารถทำใจให้คบกับใครได้นานเกินกว่าหนึ่งเดือน ทำ
ให้เด็กสาวเหล่านั้นต้องเสียน้ำตาด้วยหัวใจแหลกสลาย นั่นหมายความว่า ชิซึมะ ไม่ควรได้รับสิทธิ์ในการเป็น
กังวลกับความรู้สึกของเธอเหล่านั้นด้วยซ้ำ
ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ...
ทั้งๆ ที่รักมากขนาดนี้...
แต่กลับไม่สามารถรักษาความรู้สึกที่ร้อนแรงเอาไว้ได้...
ถึงแม้การคบกัน โดยปราศจากความรู้สึกร้อนแรงนั้นจะเป็นเรื่องไม่ยากเย็นอะไร...
แต่ถ้าทำแบบนั้น ก็เท่ากับเป็นการไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกที่จริงจังของอีกฝ่าย...
ทำให้เธอคนนั้นต้องเจ็บปวด
ถ้ารักใครสักคนไม่ได้เท่าที่เขารัก...ก็ควรถอยห่างออกมาจากชีวิตของคนๆ นั้นเสียดีกว่า...
ความเจ็บแปลบอย่างไม่มีสาเหตุแล่นเข้าสู่หัวใจของชิซึมะอีกครั้ง
ถ้ารักใครสักคนไม่ได้เท่าที่เขารัก...ก็ควรถอยห่างออกมาจากชีวิตของคนๆ นั้นเสียดีกว่า...
แล้วเด็กคนนั้นล่ะ...
ชิซึมะ ตั้งคำถามกับหัวใจของตัวเอง
แล้วเด็กคนนั้นล่ะ...เหมือนกับคนอื่นๆ หรือเปล่า...?
สาวน้อยแสนไร้เดียงสาผู้ต้องจากที่นี่ไปด้วยความไม่เต็มใจ...
สิ่งที่ทำให้เรายังคงคิดถึงเด็กคนนั้นอยู่ตลอดเวลาคือ ความรู้สึกผิด?
หรือว่า...
...
หรือว่า...เราเริ่มแก่แล้วกันแน่...
ชิซึมะ พยายามแค่นหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง
หนาวจัง...
นี่หรือที่เขาเรียกกันว่าท้องฟ้ามืดครึ้มท่ามกลางวันดอกซากุระบาน?
รู้สึกเหมือนลมเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อสักครู่นี้แล้ว...
กิ่งก้านของต้นซึมิเระ ซึ่งผลิดอกงดงามอยู่บนเนินแอสเทรีย กำลังอ่อนไหวไปตามแรงลม
แบบนี้คงต้องรีบกลับบ้านสตรอเบอร์รี่เสียที...
ชิซึมะ ห่อไหล่เล็กน้อย ก่อนตัดสินใจเดินอ้อมเนินแอสเทรีย และ มุ่งหน้าไปในทิศทางตรงกันข้าม
ซ่า...
ชิซึมะ ก้าวเดินอย่างมั่นใจโดยไม่ใส่ใจต่อกระแสลมแรงแต่อย่างใด
ตอนนี้หญิงสาวต้องการกลับไปยังหอพัก ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของเนินแอสเทรียโดยเร็วที่สุด
ยังไม่อยากให้มีใครรู้เรื่องที่เราเพิ่งบอกเลิกกับสาวน้อยน่ารักคนนั้นตอนนี้เลย...
ชิซึมะ นึกถึงบรรยากาศภายในซาลอน แหล่งรวมของบรรดานักเรียนผู้อาศัยอยู่ในหอพักของโรงเรียน
เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ สมาชิกส่วนใหญ่ของหอพักคงกำลัง
สนุกสนานกับการดื่มน้ำชา และ ลิ้มรสของว่างแสนอร่อย
ชิซึมะ รู้ดีว่ามีเด็กสาวจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอการปรากฏตัวของตนเอง ฉะนั้น การที่เธอไม่อยู่ที่ซาลอนใน
วันนี้จึงถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งสำหรับผู้เฝ้ารอ
เนื่องจากกฎระเบียบอันเข้มงวดของโรงเรียนสตรีเซนต์มิทเธอร์นั้น ไม่เอื้ออำนวยให้บรรดารุ่นน้องสามารถ
เข้าใกล้นักเรียนชั้นปีสูงสุดของโรงเรียนได้มากนัก ดังนั้น การได้พบกับ ชิซึมะ ภายในซาลอนของหอพักจึง
ถือเป็นโอกาสอันน้อยนิดในการใกล้ชิดกับรุ่นพี่ผู้เป็นที่หมายปองของทุกคน
ถึงแม้จะรู้ดีว่าไม่มีใครมีโอกาสสานความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ ชิซึมะ ได้นานไปกว่าหนึ่งเดือน แต่ยังคงมี
รุ่นน้องจำนวนมากเฝ้ารอการอยู่เคียงข้างรุ่นพี่ผู้น่าหลงใหล แม้เพียงระยะเวลาอันสั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็
เพราะ ผู้ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับชิซึมะ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเธอมีความสุขมากตลอดเวลาที่ได้อยู่
ร่วมกับชิซึมะ และ อยากเก็บความทรงจำแสนงดงามเหล่านั้นเอาไว้เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต...
นั่นเป็นเหตุผลที่ ชิซึมะ ยังคงเป็นที่หมายปองจากบรรดารุ่นน้องอยู่เสมอ...
มีเด็กสาวมากมายใฝ่ฝันจะได้อยู่ในอ้อมกอดของรุ่นพี่ผู้เข้มแข็ง เฉลียวฉลาด รุนแรง แต่แฝงไปด้วยความ
งดงาม และ พร้อมที่จะยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างของหญิงสาวอันเป็นที่รัก...
พวกเธอรู้สึกว่าน่าหลงใหลกว่าการต้องใกล้ชิดกับชายหนุ่มผู้ปราศจากความน่าสนใจมากมายนัก
ไม่อยากให้สาวน้อยแสนบริสุทธิ์คนนั้นต้องชอกช้ำกับการตกเป็นเป้านินทาของคนอื่นๆ ในซาลอนเลย...
ชิซึมะ รู้สึกผิดอยู่บ้างในการกระทำของตน
เฮ้อ...
เจ้าของใบหน้างดงามถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ก่อนก้มลงมองบริเวณปลายเท้าของตน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง...
ขอโทษนะคะ! หอพักสตรอเบอร์รี่ไปทางนี้หรือเปล่าคะ?
ชิซึมะ เงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงของสาวน้อยดังขึ้นจากเบื้องหน้า
...เด็กสาวในชุดเครื่องแบบนักเรียนของเซนต์มิทเธอร์ กับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หนึ่งใบ...
เธอเป็นใคร...
ชิซึมะ ถามขึ้นด้วยความไม่คุ้นหน้าเด็กสาวมาก่อน
นักเรียนใหม่ที่จะเข้าเรียนในชั้นปีที่ 4 ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ค่ะ! แล้วพอดีว่าต้องย้ายเข้าหอพักสตรอเบอร์รี่วันนี้
ด้วยน่ะค่ะ...
อ้อ...ถ้าจำไม่ผิดเมื่อวานมีคนเอามาเล่าให้ฟังแล้วนี่นา...
ชิซึมะ จ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความสนใจ
อืม...มัดผมสูงๆ แบบนี้ก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน...ท่าทางบ้านสตรอเบอร์รี่ของเราจะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ผู้
ร่าเริงเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วสินะ
รอยยิ้มแสนสดใสราวกับแสงอาทิตย์ ทำให้ชิซึมะ อดส่งยิ้มคืนให้กับเจ้าของรอยยิ้มไม่ได้...